นริศ จิระวงศ์ประภา

จำนวนข่าว


ครอบครัวเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ลำดับชื่อล้านหุ้นล้านบาท

ประเด็นข่าว บทวิเคราะห์ รีวีว พูดคุยล่าสุด

ทั้งหมด Social News
S2M นริศ จิระวงศ์ประภา 17 Jun 08:33 พันธมิตรของผู้แพ้ แฉทุกวัน ทันเกมหุ้น
EFIN นริศ จิระวงศ์ประภา 06 Jun 07:31 สรุปข่าวเด่น สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
POSTTODAY นริศ จิระวงศ์ประภา 04 Jun 09:01 บอร์ดกลต.จี้สอบโซลาร์
PANTIP นริศ จิระวงศ์ประภา 03 Jun 14:27 กระทู้ : $$$$$ คุยโขมงห้องค้าหุ้นไทย @ สินธร ประจำวันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2559 $$$$$ความเห็น : SOLAR เช็คชื่อ ผถห.ใหญ่ 10 อันดับแรกล่าสุดไร้เงาหมอพงศ์ศักดิ์-นริศ ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2559 13:50:59 น.        นางปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โซลาร์ตรอน (SOLAR) เปิดเผยว่า บริษัทขอให้ทางฝ่ายนายทะเบียนหลักทรัพย์ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ทำการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นกรณีพิเศษ ณ วันที่ 2 มิ.ย.59 โดยมีรายชื่อผู้ถือหุ้น 10 รายแรก เปลี่ยนแปลงไปโดยเปรียบเทียบกับการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ณ วันที่ 8 เม.ย.59 ดังนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก ณ วันที่ 8 เม.ย. 2559 (ก่อน) 1.นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี จำนวนหุ้น 101,254,204 (18.61%) 2.นายนริศ จิระวงศ์ประภา จำนวน 36,000,009 (6.62%) 3.นายอัครเดช โรจน์เมธา จำนวน 21,428,882 (3.94%) 4.นายจีรเดช จงวัฒนาศิลป์กุล 20,350,019 (3.74%) 5.นายนิพนธ์ สังวาลย์มานนท์ 12,545,177 (2.31%) 6.นายสิทธิชัย มาธนชัย 11,306,627 (2.08%) 7.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 9,399,627 (1.73%) 8.นายนำชัย สุขสันติสกุลชัย 9,209,999 (1.69%) 9.นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ 8,812,043 (1.62%) 10.นายชวลิต พูนเพิ่มสุวรรณ 8,710,000 (1.6%) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2559 (หลัง) 1.นายอัครเดช โรจน์เมธา จำนวนหุ้น 21,528,882 (3.96%) 2.นายณัฐพงษ์ พันธ์รัตนมงคล 15,000,000 (2.76%) 3.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 12,209,852 (2.24%) 4.นายสิทธิชัย มาธนชัย 11,915,360 (2.19%) 5.ไพวงษ์ เตชะณรงค์ 8,812,043 (1.62%) 6.พันเอกหญิง ศรีกัญญา ทองใบใหญ่ 6,200,000 (1.14%) 7.นายสันติ สังวาลย์มานนท์ 6,032,020 (1.11%) 8.นายภูผา เตชะณรงค์ 4,998,566 (0.92%) 9.น.ส.พรพรรณ เทพตระการพร 4,847,880 (0.89%) 10.นายสามารถ เจียรนัยดิลก 4,606,600 (0.85%) ทั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารงาน และการจัดการใดๆ ในบริษัท อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq10/2434773
PANTIP นริศ จิระวงศ์ประภา 20 May 18:12 กระทู้ : ℐ ❤ ℧ บลูชิปฯปออันปัน @ วันวิสาขบูชา 20 - 5 - 2559 ♪♫ความเห็น : สิริพงศ์ จิระวงศ์ประภา ....Solar [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ผมตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะโพสต์ ข้อความครั้งนี้หรือไม่ กระผม สิริพงศ์ จิระวงศ์ประภา เป็นพี่ชาย นริศ จิระวงศ์ประภา ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมชะตากรรมในครั้งนี้ จากช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายคน เจ็บปวด กับ การลงทุนในครั้งนี้ รวมทั้งตัวผมด้วย(แต่หวังว่า ซักวันฟ้าหลังฝน ตะวันจะกระจ่างฟ้า) ผมอยากเรียบเรียง ลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ให้เราเห็นภาพเหตุการณ์โดยรวมทั้งหมดในช่วงที่ราคาไหลลงอย่างรุนแรงในครั้งนี้ ผมได้ไปประชุม AGM เมื่อวันที่ 29/4/2559 ในที่ประชุม ผบห ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในส่วนงานต่างๆ ของบริษัท ซึ่งฟังแล้วถือว่าเป็น ....ปีทอง....ของ SOLAR ก็ว่าได้ ผมคิดว่าทุกคนในห้องประชุม ก็คงจะสัมผัสได้ และ ได้ยินเช่นเดียวกัน คือ คาดการณ์ว่างบ Q1 ควรจะต้องออกมาดีมีกำไร ผมไปประชุมเสร็จได้กลับมาเล่าข้อมูลต่างๆ ให้ นริศ ฟัง(เพราะนริศติดธุระไม่ได้ไปประชุม) เราต่างดีใจว่า บริษัทจะเทิร์น จาก Q4 ที่ขาดทุน มาเป็น +ใน Q1 นี้ แต่ ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ภาพใหญ่การลงทุน ตปท ไม่ใช่เรื่องหมู คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆ ดังนั้น การที่จะได้ BIG SHORT คงต้องรอไปอีกพอสมควร โดยธรรมชาติการลงทุนถ้าเราถือหุ้นตัวเดียว ความอึดอัดย่อมเกิดกับเรามากเป็นทวีคูณ นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ น้องชายผมจึงอยาก ขายหุ้นบางส่วนออกเพื่อกระจายพอร์ตการลงทุน และคิดว่า งบQ1 จะออกมาดี ดังนั้นจึงดัดสินใจขาย ออกมาก่อน งบ Q1 จะออก เพราะถ้างบออกมาดี คนในตลาดก็จะไม่ตกใจ ที่รายชื่อ นริศ ขายหลุด 5% ลงมา (ซึ่งส่วนที่ขายไปน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือ) แต่เหตุการณ์มันกลับตาลปัด งบ Q1 ออกมาดูแย่และสร้างความสงสัยถึง คชจ บางตัวที่โผล่มาแบบไม่มีเหตุผล เมื่องบออกมาแย่และโผล่รายชื่อ ผถห ใหญ่ ขาย การ มโนในเรื่องต่างๆ ก็ตามมาเป็นธรรมดา แต่ที่เลวร้ายมากก็คือ พวกที่ชอบตีไข่ใส่ความ มีการพาดหัวข่าวเรื่อง insider โดยไม่คิดถึงหลักความจริง เพราะถ้ามีการรู้งบQ1ว่าจะไม่ดี ก็ควรจะขายออกมาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว แต่ปิดสมุดเมื่อวันที่8/4/2559 ทุกคนยังอยู่ครบ ผมรับรู้ได้ถึงความอึดอัดที่น้องชายผม ถือหุ้นตัวเดียวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพราะผิดหลักการที่เค้าเคยวางไว้กับตัวเอง แต่ผมทราบเรื่องน้องชายผมขายก็พร้อมๆกับทุกคน หลังจากที่มีการแจ้งตลาด( เพราะเวลาเราคุยกัน จะพูดคุยเฉพาะข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ บริษัท แต่จะไม่พูดคุยเรื่องการซื้อขาย เพราะมันเป็นสิทธิ ส่วนบุคคล) 2-3 วันที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่หมอพงษ์ฺ ผมคิดว่าผมเข้าใจถึงสาเหตุที่พี่หมอพงษ์ขายออกมาเมื่อวันจันทร์หลังงบออก และเท่าที่ทราบ เป็นการขาย ครั้งเดียวและวันเดียว หลังจากวันจันทร์ ที่16/5 มาแล้วพี่หมอพงษ์ ก็ไม่ได้ขายอีกเลย สาเหตุหลักที่พี่หมอขายก็คงเพราะ ดูงบแล้วมันมีบางอย่างผิดปกติ ในงบ( ซึ่ง ผมคิดว่าการให้ข่าวของพี่หมอ ก็น่าจะตีความไปถึงความผิดปกติของงบไม่ใช่ราคาหุ้น และ ยังไม่ได้คำอธิบายที่ชัดเจนจากทางบริษัทเลยไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้) หลังจากวันจันทร์ ที่ 16 พค กลุ่มนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่ถือหุ้นอยู่ก็พยายามขอให้ทางบริษัทชี้แจงและตรวจสอบงบอีกครั้งถึงความผิดปกติของงบ ซึ่งทางบริษัท ก็ได้รับดำเนินการ และ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบงบ ที่ผ่านมาจากได้พูดคุยกับพี่หมอผมคิดว่าวันเดียวเท่านั้นครับ(ขออภัยพี่หมอพงษ์ด้วยที่ พาดพิงครับ) ที่พี่หมอขายหุ้นออกมาเพราะความไม่สบายใจในงบ คือวันจันทร์ที่16/5/2559 แต่เมื่อทางบริษัทได้ ชี้แจงมาว่ากำลังดำเนินการครวจสอบ พี่หมอก็ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับหุ้นอีกเลยครับ แต่รอความชัดเจนของทางบริษํทเกี่ยวกับงบที่จะชี้แจง เราก็คงต้องมาช่วยกันประเมินงบกันอีกรอบครับ ว่าจริงๆแล้ว พื้นฐานมูลค่าของ บริษัทควรจะอยู่ที่เ่ท่าไร ผมว่าพวกเราโชคดี ซะด้วยซ้ำไปที่มี นักลงทุน ช่วยเป็นหูเป็นตา และ เป็นธุระให้รายย่อย เช่นผม ในการคอยดูสิ่งที่อาจเกิดความผิดพลาดจากการลงในงบ เพราะมีมือนักลงทุน ที่ถอดงบได้ละเอียดช่วยเราดู เราก็คงต้องรอความกระจ่างเกี่ยวกับงบครับ แล้วความจริงคงปรากฎ จบเรื่อง DRAMA ไปแล้ว เราลองมองย้อนกลับมาที่พื้นฐาน บริษัทกันดีไหมครับ สิ่งที่ผมทราบ ส่วนงานขาย และ EPC -บ มีออร์เดอร์ จาก REC ซื้อเซล 60MW/ปี มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท -บริษัทมีออร์เดอร์งาน PV MOBILE 237 ล้านบาท ระยะเวลาส่งมอบ 7 เดือน กำไร 2 DIGIT -บ.มีแบ็คล็อคในมืองาน EPC มากกว่า 300 ล้านบาท(ไม่เกี่ยวกับ ที่รับงานจากลูก) ส่วนงาน ลงทุน -โซล่าฟาร์ม สหกรณ์ 9 MW -โซล่ารูฟ ม.ธรรมศาตร์ 21 MW ส่วนโรงงาน -กำลังการผลิตเซลและโมดูลเพิ่มจาก 70MW ในปี 58 เป็น 200 MW ในปี 59 mafket cap ของ บ.ตอนนี้ 544 ล้านหุ้น X 4.2 ประมาณ 2200 ล้านบาท คำถาม ถูกเกินไปหรือเปล่าสำหรับโรงงานที่มีกำลังการผลิต ขนาดนี้ 200MW และงานในมือ รอยู่มากขนาดนี้) ปล ....ข้อความทั้งหมดเป็นสิ่งที่อยากจะบอกครับ แต่โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ เพราะผมก็ยังมีหุ้นอยู่ครับ ถือว่าเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียครับ