วอร์เรน บัฟเฟตต์

ต้นแบบนักลงทุน VI ทั่วโลก

จำนวนข่าว

ประเด็นข่าว บทวิเคราะห์ รีวีว พูดคุยล่าสุด

ทั้งหมด Social News
SETTRADEBLOG วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Jan 10:31 ลงทุนปี 2560 โดย วีระพงษ์ ธัม
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 06 Jan 09:36 @AIRA SECURITIES : Warren Buffett's big bet on airlines flies high https://t.co/hTc3mMgPih #Airlines #airlineindustry #industry https://t.co/KlpDu0NbDB
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 04 Jan 21:10 @หุ้นพอร์ทระเบิด : 7 วิธีที่ไม่ยากเกินความสามารถ แต่อยู่รอดในตลาดหุ้น !!!!! # 1. เวลาที่เราเล่นหุ้น ไม่ว่าจะลงทุนหรือเก็งกำไร เราต้องมีระบบที่ชัดเจน นักลงทุนหรือเทรดเดอร์มืออาชีพ จะมีระบบซื้อขายเป็นข
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Dec 10:32 พอร์ตบัฟเฟตต์กำไรพุ่งสวนจุดยืนต้านทรัมป์
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 26 Dec 08:13 @AIRA SECURITIES : The key takeaway from Bill Gates and Warren Buffett's all-time favorite book https://t.co/eeBB1IWwjs #favorites… https://t.co/PYJNil3ppB
SETTRADEBLOG วอร์เรน บัฟเฟตต์ 20 Dec 12:01 ห้างหุ้นส่วนบัฟเฟตต์ โดย นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 19 Dec 10:16 @Stock Thai 4 You : ห้างหุ้นส่วนบัฟเฟตต์/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ประวัติการลงทุนในตลาดหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ ที่มุ่งมั่นจริงจังและเป็นการลงทุน “เพื่อชีวิต” นั้นน่าจะเริ่มตั้งแต่เขาจัดตั้ง “ห้
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Dec 16:52 @หุ้นพอร์ทระเบิด : ✨Buffet & Soros ✨ ปรัชญาการลงทุนและความเชื่อที่เหมือนกันของบัฟเฟตต์ และโซรอส ซึ่งแตกต่างจากนักลงทุนทั่วไป โดยกล่าวว่าสิ่งนี้กลายเป็นเส้นแบ่งระหว่างผู้แพ้และผู้ชนะในการลงทุนออกจากกัน
SETTRADEBLOG วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Dec 11:31 เลือกหุ้น 3 มิติ โดย นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
SETTRADEBLOG วอร์เรน บัฟเฟตต์ 07 Dec 11:31 การกลับลำของ Buffett / โดย คนขายของ โดย ชาย มโนภาส
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 27 Nov 07:25 @ShineStock : ShineStock☀ ซีรี่ย์จุดประกายแนวคิด ต้นตอแห่งเทคนิเคิล และ ปัญญาประดิษฐ์แห่งตลาดทุน ตอนที่ 3: สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุน ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ แต่คือ แนวคิด หลังจากที่แอดมินฯได้หัน
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 24 Nov 09:32 ข่าวร้อนก่อนเทรด
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 23 Nov 11:32 พอร์ตบัฟเฟตต์รวยขึ้นอีกหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง
EFIN วอร์เรน บัฟเฟตต์ 18 Nov 09:02 บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 18/11/59
SETTRADEBLOG วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Nov 11:01 เศรษฐกิจพอเพียงกับ VI โดย นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 16 Nov 17:24 @บรรพต ธนาเพิ่มสุข : บัฟเฟตต์ทุ่มเงินกว่า 1,300ล้านเหรียญ ซื้อหุ้นสายการบิน 4แห่งในสหรัฐ #ครั้งแรกของแกเลย ปกติแกไม่ชอบธุรกิจนี้
EFIN วอร์เรน บัฟเฟตต์ 16 Nov 09:33 สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศ และปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน 16/11/59
HOI วอร์เรน บัฟเฟตต์ 16 Nov 09:22 ได้เวลาเก็งกำไรTHAI หลัง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซื้อหุ้นกลุ่มสายการบินครั้งแรกในรอบหลาย10ปี
EFIN วอร์เรน บัฟเฟตต์ 16 Nov 09:02 ดาวโจนส์ ปิดบวกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับตัวเลขศก.สหรัฐฯ แกร่ง - น้ำมันพุ่ง
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Nov 20:00 กระทู้ : อร์เรน บัฟเฟตต์ ตัดสินใจลงทุนในหุ้นสายการบินของอเมริกาถึง 4 แห่ง ขายหุ้น Wal-Mart ออกไปถึง 70%
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Nov 10:32 บัฟเฟตต์ซื้อหุ้นสายการบินสหรัฐครั้งแรกในหลายสิบปี
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Nov 06:35 กระทู้ : วอเรน บัฟเฟต์ เข้าซื้อหุ้น บริษัท สายการบิน 4 แห่ง (ก่อนหน้านี้ด่า ธุรกิจการบินตลอด)
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 14 Nov 11:02 ฮิลลารีแพ้ หุ้น Berkshire ของบัฟเฟตต์พุ่งแรงทำสถิติ
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 14 Nov 10:02 ข่าวร้อนก่อนเทรด
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 12 Nov 13:42 กระทู้ : Warren Buffett on President-elect Trump: 'He deserves everybody's respect'
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Nov 21:01 บัฟเฟตต์ชี้ตลาดหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในระยะยาว ไม่ว่าใครชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐ
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Nov 20:05 กระทู้ : ผมอายุ 22 ปี รายได้ 200,000 ต่อเดือน พี่ๆว่าผมจนไหมฮะความเห็น : ผมเริ่มลงทุนได้ซักพักแล้วครับ โดย ใช้แนวทางของ วอร์แรน บัฟเฟต ที่ผ่านถือว่าโชคช่วยเยอะครับ ผมเริ่มลงทุนตั้งแต่ อายุ 9 ขวบ โดย ผ่าน บัญชีเทรด ของพ่อ (ผมขออนุญาตแล้วนะ) เล่นไปเล่นมาจนตอนนี้ ผมมีกำไรบวกปันผล ปีละ 2.4 ล้าน หรือโดยเฉลี่ย 2 แสน ต่อเดือน พี่ๆว่าผมจนไหมครับ???
SETTRADEBLOG วอร์เรน บัฟเฟตต์ 09 Nov 11:01 คุณภาพ-ราคา-ผลตอบแทน ของหุ้น โดย นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 06 Nov 21:01 @FundTalk : MEGA เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผมได้เคยพบปะทั้งผู้บริหาร และเคยได้ไปเยื่ยมชมกิจการโรงงานผลิตแคปซูล บริษัทมีทีมบริหารที่แข็งแกร่ง มีโอกาสเติบโตใน CLMV โดยบริษัทมีการทำธุรกิจในพม่ามาแต่นมนาน มีธุร
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 05 Nov 12:40 @efinancethai : คุณรู้จัก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ดีแค่ไหน!! by efinanceThai TV มาเล่นกันเถอะๆ ^ ^... https://t.co/Nuom5ICrRY
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Oct 13:31 @efinancethai : ทบทวน.....เพื่อความสำเร็จกันค่ะ 24 กฎการลงทุน ตามรอย วอร์เรน บัฟเฟตต์ https://t.co/iDW1vtfwf2
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 29 Oct 20:00 @หุ้นพอร์ทระเบิด : ⭐ 11 สิ่งที่ วอเร็น บัฟเฟตต์ เตือนคุณเสมอ ⭐ มาเปลี่ยนแนวมาฟังเซียน VI กันบ้าง นักลงทุนแนว VI ไม่ควรพลาด ❗❗ อ่านต่อได้ที่ http://bestcomvip.com/11-idea-buffett/ >>ขอกำลังใจให้
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 29 Oct 18:40 @รู้อะไรไม่สู้ รู้งี้ : เราจะไปเสาะหาไอดอลอย่างสตีฟจ๊อบ หรือบัฟเฟต หรือ คนอื่นไกลเป็นแรงบันดาลใจไปทำไม ทั้งๆที่มีในหลวงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 28 Oct 18:44 @หุ้นพอร์ทระเบิด : 11 สิ่งที่ วอเร็น บัฟเฟตต์ เตือนคุณเสมอ 1. Value investing works. Buy bargains. การลงทุนเน้นคุณค่าใช้ได้ในทุกสถานการณ์ พยายามซื้อหุ้นที่มีส่วนต่างเพื่อความปลอดภัย 2. คุณภาพของธุรก
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 28 Oct 00:06 กระทู้ : วอร์เรน บัฟเฟตต์ใช้PEมาเป็นตัวตัดสินในการลงทุนไหม
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 18 Oct 16:32 3 บทเรียนจากสัปดาห์แห่งความผันผวนของหุ้น
POSTTODAY วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Oct 13:01 อยากรวยต้องทำ 5 พฤติกรรมนี้
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Oct 10:32 วอร์เรน บัฟเฟตต์เผยตัวเลขภาษีโจมตีโดนัลด์ ทรัมป์
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Oct 09:32 ข่าวร้อนก่อนเทรด
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Oct 09:07 กระทู้ : ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์ ตอนเป็นเด็กถึงเล่นหุ้นได้ครับ??
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 06 Oct 20:02 @Stock Gen Y : << ชีวิตของลูกคนรวย >> เมื่อหลายเดือนก่อน น้องที่ผมรู้จักคนนึง เป็นไกด์ นางบ่นกับผมว่าต้องไปดูแลลูกค้ากลุ่มนึง ซึ่งจะไปเที่ยวอังกฤษ ปรากฏว่าก่อนวันเดินทางแค่ 1-2 วัน ลูกค้ามีรีเควสต์มา
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Sep 10:32 บัฟเฟตต์ ปัดข่าวเล็งเปลี่ยนบอร์ด Wells Fargo
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Sep 10:02 ข่าวร้อนก่อนเทรด
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Sep 10:02 บัฟเฟตต์ ปัดข่าวเล็งเปลี่ยนบอร์ด Wells Fargo
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 23 Sep 08:05 @AIRA SECURITIES : Here are the 5 best investing tips Warren Buffett told CNBC over the years https://t.co/lIv2jiMhkE #markets… https://t.co/5takoqUnC1
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 18 Sep 12:30 @Stock Gen Y : Price is what you pay, Value is what you get. เห็นราคาเครื่องหิ้ว IPhone 7 แล้วตรงกับประโยคข้างบนของ Warren Buffett จริงๆ อดทนรออีกนิดได้ซื้อในราคาที่ถูกลง แต่รอให้ตกรุ่นจะได้ราคาที่คุ
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 18 Sep 12:13 กระทู้ : ชมรมห้องปั้นนักลงทุน กลุ่มไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย สอนลงทุนในหุ้น ง่ายๆ ภาคปฏิบัติ
EFIN วอร์เรน บัฟเฟตต์ 14 Sep 10:03 เบิร์กไชร์แฮธาเวย์ขาดทุน 1.4 พันล้านดอลล์ หลังราคาหุ้นเวลล์สฟาร์โกหด 3.3% เหตุถูกปรับกรณีเปิดบัญชีปลอมกว่า 2 ล้านบัญชี
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 12 Sep 17:17 กระทู้ : ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █ โฮเวิล์ด มาร์ค เทพหุ้นที่แม้แต่ปู่บัฟเฟตต์ยังต้องยกนิ้วให้ รวม 12 ข้อคิด █ ▇ ▆ ▅ ▄ ▃ ▂ ( รีโพสตอนเย็น <3 )
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 12 Sep 09:25 กระทู้ : ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █ โฮเวิล์ด มาร์ค เทพหุ้นที่แม้แต่ปู่บัฟเฟตต์ยังต้องยกนิ้วให้ รวม 12 ข้อคิด █ ▇ ▆ ▅ ▄ ▃ ▂
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 10 Sep 09:42 @ShineStock : ShineStock ☀ Buffet’s Alpha หนึ่งในกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้พอร์ตของวอร์เรน เติบโตอย่างมหาศาล ในมุมที่ไม่ค่อยจะเห็นกัน (ตอนที่ 1) บทความชิ้นนี้เป็นการแปล และ สรุป Research ของ Andrea Frazzi
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 04 Sep 09:28 @พ่อสอนลูกลงทุน : "'...สุดยอด 14 แนวคิดจากนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ จิม โรเจอร์..." ป๊ามีบทความที่ป๊าไปอ่านเจอ บางข้อมันก็เป็นสิ่งที่ป๊าปฏิบัติมา 20กว่าปีแล้ว อยากให้ลองคิดตามว่าข้อไหนเหมาะกับจริตตั
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 03 Sep 15:53 @Stock Gen Y : << ขาลงธุรกิจสื่อ >> เห็นข่าวมติชน เนชั่น ให้คนออกโดยสมัครใจ รู้เลยว่าช่วงนี้ธุรกิจสื่อหนักหนาสาหัสจริงๆ ไตรมาสเดียวขาดทุนกัน 60-70 ล้าน คนในวงการนี้ก็เหนื่อยหนักกับชีวิต บางคนทำงานมาเ
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 01 Sep 21:06 @มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ : ชอบพูดยกตัวอย่าง Warren Buffett แต่เทรดไวยิ่งกว่า HFT (High Frquency Trading) อีก
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 31 Aug 08:11 @หุ้นอัลไล : Happy birthday, Warren Buffett! The Berkshire Hathaway CEO turns 86-years-old today. He's worth an estimated $61,000,000,000 — That means he’s earned about $2 million for every singl
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 20 Aug 18:59 @ShineStock : ShineStock☀️ เจ้าพ่อเฮดจ์ฟันด์ Jim Simons ที่มีกำไรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ผู้ถอดรหัสลับตลาดวอลสตรีท ............................ เราจะยังคงอยู่ในหมวดของนักลงทุนในกลุ่ม H
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Aug 07:58 @AIRA SECURITIES : Why Warren Buffett is grabbing Apple stock while other big names run away https://t.co/ewr52Zkdt0 #stocks #markets https://t.co/ITmZvtlnZQ
KAOHOON วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Aug 07:31 ดาวโจนส์ปิดลบ 84 จุด หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเดือนหน้า
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Aug 07:24 @Stock Thai 4 You : สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 17 ส.ค. 2559 "AAV"กำไรเย้ยTHAI โต105%สวนโลว์ซีซั่น สุดเจ๋งครึ่งปีแรกกำไรพุ่งเฉียด 2.6 พันล้าน AAV สวนกระแสโลว์ซีซั่นธุรกิจการบิ
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Aug 07:21 @ShineStock : ShineStock ☀️สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 17 ส.ค. 2559 "AAV"กำไรเย้ยTHAI โต105%สวนโลว์ซีซั่น สุดเจ๋งครึ่งปีแรกกำไรพุ่งเฉียด 2.6 พันล้าน AAV สวนกระแสโลว์ซีซั่นธุรกิจการบิน อ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) วอร์เรน บัฟเฟตต์ 17 Aug 00:01 เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ทุ่มซื้อหุ้นแอปเปิลเข้าพอร์ทในเดือนมิ.ย.
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 16 Aug 11:32 วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซื้อหุ้น Apple เพิ่มอีก 55%
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 16 Aug 08:02 @AIRA SECURITIES : Why Warren Buffett is grabbing Apple stock while other big names run away https://t.co/ewr52ZBORA #stocks #markets https://t.co/Nekb7j6zMH
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 05 Aug 13:03 ที่สุดแห่งหนังสือการลงทุน "The Intelligent Investor"
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 04 Aug 11:02 เซียนหุ้น VI จากทุน 800,000 สู่หลัก ร้อยล้าน ..
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 03 Aug 09:02 GIFT เวทีใหม่ ไฉไลกว่าเดิม แฉทุกวัน ทันเกมหุ้น
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 02 Aug 11:32 กฎการลงทุนของนักลงทุนระดับโลก
MONEYCHANNEL วอร์เรน บัฟเฟตต์ 02 Aug 11:31 บัฟเฟตต์ ท้า โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดรายการเสียภาษี
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 01 Aug 18:32 @setrich : พอ Followbuy เมื่อไหร่ บรรลัยเมื่อนั้น - วอเรนบัฟเฟต์ ไม่ได้กล่าวไว้ https://t.co/mySxW7RVFq
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 31 Jul 13:58 กระทู้ : ♪♫ ❤ ♫♪.. บลูชิปฯปออันปัน @ วันอาทิตย์ครับ 31/07/2559ความเห็น : วอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่า การลงทุน คือ "การผัดผ่อนการบริโภค ณ วันนี้... Http://fb.me/2XUD9VIiv
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Jul 23:12 กระทู้ : ♪♫ ❤ ♫♪.. บลูชิปฯปออันปัน @ วันเสาร์ 30/07/2559ความเห็น : กฎ 10,000 ชั่วโมง นี้แหละทำให้เกิดสิ่งที่หลายคนเรียกว่า “พรสวรรค์” 2 Tweet4 Share2 Share804 image: http://files.unigang.com/pic/3/1054.jpg มัลคอล์ม แกลดเวลล์ (Malcolm Gladwell) ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ Outliers หรือที่มีชื่อหนังสือว่า “สัมฤทธิ์พิศวง” ซึ่งเนื้อหาของหนังสือก็มีประมาณว่า “ทำไมบางคนถึงประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น และจะเพิ่ม “โอกาสนั้น” ให้กับตัวคุณเองได้อย่างไร” แต่เดียวก่อน บทความนี้ผมไม่ได้มาแนะนำหนังสือ แต่ผมก็แนะนำนั้นเเหละว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านเลยทีเดียว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า มีบทๆหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งกล่าวก็คือ  ” กฎ 10,000 ชั่วโมง “ มัลคอล์ม แกลดเวลล์ ผู้ซึ่งไม่เชื่อว่าการมีพรสวรรค์จะนำไปสู่ความสำเร็จ การฝึกฝนต่างหากที่จะนำพาไปสู่ความเป็นสุดยอด เขากล่าวว่า “เราทุกคนสามารถที่จะมีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งได้ หากเราใช้เวลากับมันอย่างต่ำ 10,000 ชั่วโมง หนึ่งหมื่นชั่วโมงนี้ไม่ได้หมายความว่าทำ 1 หนึ่งชั่วโมงเเล้วนอนทับมันอีก 9999 ชั่วโมง  10,000 ชั่วโมงนี้หมายความว่า คุณต้องทำมันให้ครบ 10,000 ชั่วโมง ไม่ว่าจะในเรื่องของ ดนตรี กีฬา ภาษา คอมพิวเตอร์ การวาดรูป คณิตศาสตร์ หรือ การเงิน การลงทุน     ถ้าหากเราทุ่มเทฝึกฝนกับสิ่งนั้นวันละกี่ชั่วโมงและจะต้องใช้เวลากี่ปี     ฝึกวันละ 1 ชม. ใช้เวลา 10000 วัน หรือ 27 ปีกว่าๆ     ฝึกวันละ 2 ชม. ใช้เวลา 5000 วัน หรือ ราว 14 ปี     ฝึกวันละ 4 ชม. ใช้เวลา 2500 วัน หรือ ประมาณ 7 ปี     ฝึกวันละ 8 ชม. ใช้เวลา 1250 วัน หรือ เกือบๆ 4 ปี     ฝึกวันละ 12 ชม. ใช้เวลา 833 วัน หรือ ประมาณ 2 ปี มาดูตัวอย่างของกลุ่มบุคคลผู้ที่เคยผ่าน กฎ 10,000 ชั่วโมง image: http://files.unigang.com/pic/3/1050.jpg เดอะบีตเทิลส์ (The Beatles) ก่อนที่พวกเขาจะโด่งดัง  เข้าไม่เพียงแต่การเล่น หรือซ้อมในเมืองลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่มีช่วงหนึ่งที่พวกเขาไปเล่นที่คลับระบำเปลื้องผ้าแห่งหนึ่งในฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน ชื่อ “อินทรา” ที่นั่นเขาเล่นดนตรีสัปดาห์ละ 7 วัน แต่ละคืนมากกว่า 5 ชั่วโมงขึ้นไป ชั่วโมงบินของบีทเทิลส์จึงสูงลิ่ว ว่ากันว่า พอพวกเขามาเล่นดนตรีที่สหรัฐอเมริกา พวกเขาก็สามารถชนะใจคนดูด้วยความสามารถในการบิ้วท์อารมณ์คนดูได้เหนือกว่าวงอื่นๆในสมัยนั้น ในตอนที่พวกเขาประสบความสำเร็จใน พ.ศ. 2507 เดอะบีทเทิลส์แสดงสดไปแล้ว 1,000 ครั้ง ขณะที่วงดนตรีปัจจุบันส่วนใหญ่แสดงกันไม่ถึง 1,200 ครั้งตลอดชีวิตนักดนตรีของพวกเขา image: http://files.unigang.com/pic/3/1051.jpg บิล เกตส์ หรือ วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม ก่อนที่บิลเกตส์ จะกบฏต่อชีวิตมหาวิทยาลัย เขามี ” โอกาส – ความพยายาม – การฝึกฝน” ในเรื่องคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่อายุ 15-16 ปี เป็นระดับหนักหน่วง 8 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ความรู้ความชำนาญในเรื่องคอมพิวเตอร์ของเขาสูงกว่านักศึกษาระดับปริญญาตรี หลายสิบหลายร้อยเท่า เขาจึงสามารถทิ้งใบรับปริญญาอย่างไม่ใยดีได้ ใครก็ตามที่คิดจะเอาอย่างเพียงแค่เดินออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อแสวงหาความ สำเร็จด้วยตนเอง ขณะที่ข้างในกลวง หรือไม่เจ๋งจริง ก็อย่าหวังว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนบิลเกตส ไทเกอร์ วูดด์ image: http://files.unigang.com/pic/3/1052.jpg Tiger Woods เขาโดนพ่อทรมานมาตั้งแต่ 2 ขวบ ฝึก 10 ชั่วโมงต่อวัน ตลอด 20 ปี ไม่มีวันหยุด เท่ากับว่าตอนนี้ ชั่วโมงการฝึกสะสมของ Tiger ได้เกิน 80,000 ชั่วโมงไปแล้ว –นั่นเท่ากับว่า ไม่มีใครในโลกที่จะฝึกได้เท่ากับ Tiger ในอายุที่เท่ากัน และนี่จึงทำให้ Tiger เป็นที่หนึ่งของโลก — วิธีที่จะทำให้ได้แบบ Tiger คือ คุณต้องเริ่มทรมานลูกคุณตั้งแต่ 1 ขวบ (ก่อน Tiger 1 ปี) และบังคับให้ลูกคุณตีกอล์ฟ วันละ 10 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 20 ปี (ห้ามมีวันหยุด) image: http://files.unigang.com/pic/3/1053.png วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett ) ซึ่งเคยได้รับตำแหน่งเป็นมหาเศรษฐีระดับ 2 ของโลก เขาเป็นตัวอย่างของนักลงทุน ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของหุ้นที่เขาลงทุน (Value Investor) ปรัชญาการลงทุนของนายบัฟเฟตต์ คือ “กฎข้อที่หนึ่ง: อย่ายอมเสียเงิน และกฎข้อที่สอง: อย่าลืมกฎข้อ 1″ เขายึดถือและใช้กฎนี้ในการลงทุนอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี " ต้องทำงานหนัก สำหรับวอร์เรนแล้ว เขาฟันธงเลยว่า ส่วนใหญ่แล้วการทำงานหนักจะนำผลกำไรมาให้ ในขณะที่การพูดมากแต่ไม่ทำ กลับจะนำความยากจนมาให้แทน แบบนี้เข้าตำราว่า “อย่ามัวแต่ตั้งท่าชก ให้ชกเลย” จึงจะได้คะแนนชนะการต่อสู้ " " อย่าขี้เกียจ เขาได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก ว่า “ขนาดกุ้งมังกรตัวโตๆ ถ้ามัวแต่นอนหลับ ยังสามารถถูกกระแสน้ำพัดลอยไปได้” หมายความว่าถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย มัวแต่รอคอยความหวัง คุณจะต้องตกอยู่ในวังวนวิกฤตการณ์ทางการเงินนี้ต่อไปอย่างแน่นอน  " ท้ายสุดเเล้วผู้เขียนเห็นว่า การจะเป็นยอดคนในสิ่งนั้นๆ ไม่ได้เกิดจาก “พรสวรรค์” ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่เกิดจากการฝึกฝน การทุ่มเท และความมีระเบียบวินัยกับสิ่งนั้นๆ ซึ่งการอดทน ทุ่มเท ให้กับสิ่งนั้นๆได้นั้น ต้องประกอบด้วยอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “ความรัก” ถ้าขาดซึ่งสิ่งนี้ ผมเชื่อว่า ชีวิตท่านคงทรมานกับกฎ 10,000 ชั่วโมง เป็นอันแน่นอนและที่สำคัญบางสิ่งบางอย่างนั้น เราอาจจะต้องค่อยๆเคี้ยว ซึ่งแน่นอนถ้าหากเราทำมันอย่างมีวินัยและความรัก ผมเชื่อว่า 10000 ชั่วโมงคงผ่านได้อย่างไม่ลำบากแน่นอน สรุปเนื้อหาโดย  gsoclub ผมเคยลงหนังสือเล่มนี้หลายรอบแล้วหละ แต่ยังลงต่อเรื่อยๆ เพราะชอบมาก อิอิ  Outliers Read more at http://www.unigang.com/Article/18731#27JiTvFQojhqLIaz.99
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 30 Jul 11:01 หุ้นดี ช้าไปสิบปียังไม่สาย / โดย คนขายของ
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 29 Jul 12:02 ความสำเร็จทางการลงทุนของวอเร็น บัฟเฟตต์
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 28 Jul 07:54 @AIRA SECURITIES : 7 Warren Buffett investing tips that could hurt regular investors https://t.co/dUubOyxXli #Investors #investing https://t.co/cjAueeKjLS
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 25 Jul 09:24 กระทู้ : ℐ ❤ ℧ บลูชิปฯปออันปัน @ วันจันทร์ที่ 25 ก.ค. 2559 ครับ ♪♫ความเห็น : Jeff Bezos ขึ้นแซง Warren Buffett เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดอันดับ 3 ของโลกแล้ว
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 24 Jul 12:56 กระทู้ : ******บลูชิบปออันปัน*******ความเห็น : “เมื่อหุ้นมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมัน Margin of Safety ก็จะเกิดขึ้น” . เกรแฮมยอมรับว่าปัจจัยที่มีความสำคัญที่สุดในการกำหนดมูลค่าของบริษัท คือ ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตของบริษัท พูดง่ายๆกฌคือ มูลค่าที่แท้จริงของบริษัทสามารถหาได้โดยการคาดการณ์กำไร แล้วคูณกำไรนี้ด้วยอัตราผลตอบแทนของเงินทุนที่เหมาะสม อัตราผลตอบแทนเงินทุนหรือตัวคูณนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของกำไร ทรัพย์สิน นโยบาย ปันผล และสุขภาพทางการเงินของบริษัท . จากหนังสือ แก่นแท้ของบัฟเฟตต์ (The Essential Buffett) Tel. 084-3329735 www.fidelity.co.th
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 23 Jul 10:03 กระทู้ : ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ ผมเกิดมาเพื่อเป็น VI หรือป่าวความเห็น : ช่วงนี้ ซื้อๆ ขายๆ ผมรู้สึกไม่มีความสุขในการเทรดเลยครับถึงจะได้กำไร       ผมมีวอร์เรน บัฟเฟตต์,กวี ชูกิจเกษม,ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวราก เป็นไอดอลและชอบดูงบ แต่มาสายเทคนิคเพราะคิดว่ารวยเร็วกว่า วันนี้ซื้อพรุ้งนี้ขายแปบเดียวได้กินลำไย  จบรอบหาหุ้นตัวใหม่ไปเลื่อยๆทำวนไป รู้สึกเบื่อ หรือว่าผมเกิดมาเพื่อเป็น VI      เทรดเดอร์ท่านอื่นเคยมีอาการแบบผมแบบผมบ้างไหมครับ ถ้าจะมาเป็น VI นักลงทุนท่านใดพอจะแนะนำอะไรผมบ้างได้ไหมครับ เช่น หนังสือ หรือแหล่งความรู้ที่น่าสนใจ ขอบคุณครับ
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 23 Jul 09:24 กระทู้ : ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ ผมเกิดมาเพื่อเป็น VI หรือป่าวความเห็น : ***ผมมีวอร์เรน บัฟเฟตต์,กวี ชูกิจเกษม,ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวราก เป็นไอดอลและชอบดูงบ***
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 22 Jul 12:02 เรื่องเล่าขำๆของคนเล่นหุ้น
TWITTER วอร์เรน บัฟเฟตต์ 22 Jul 07:00 @Blognone : Jeff Bezos ขึ้นแซง Warren Buffett เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดอันดับ 3 ของโลกแล้ว https://t.co/KUrZzrrFuY
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 20 Jul 21:50 กระทู้ : ℐ ❤ ℧ บลูชิปฯปออันปัน @ ยามเช้าวันพุธที่ 20 ก.ค. 2559 ครับ ♪♫..ความเห็น : << วอร์เรน บัฟเฟตต์ กับการซื้อกิจการด้วยหุ้น >> โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช... Http://fb.me/Z25djHZM
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 20 Jul 14:15 กระทู้ : ℐ ❤ ℧ บลูชิปฯปออันปัน @ ยามเช้าวันพุธที่ 20 ก.ค. 2559 ครับ ♪♫..ความเห็น : 24 กฎการลงทุน ตามรอย วอร์เรน บัฟเฟตต์ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้   24 กฎการลงทุน ตามรอย วอร์เรน บัฟเฟตต์ 1. เลือกความเรียบง่าย มากกว่าความซับซ้อน ...บัฟเฟตต์ แนะนำว่า “เมื่อลงทุน ทำให้เรียบง่าย ชัดเจน อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน จากคำถามที่ซับซ้อน” จำไว้ว่าความยากไม่มีในการลงทุน มองหาบริษัทที่มีประวัติยาวนานและสามารถคาดเดาอนาคตของธุรกิจได้ ถ้าคุณไม่เข้าใจธุรกิจ อย่าซื้อหุ้น 2. ตัดสินใจลงทุนด้วยตัวคุณเอง ...อย่าเชื่อโบรกเกอร์, นักวิเคราะห์ หรือผู้รู้ จงเชื่อตัวคุณเอง เมื่อคุณพบที่ปรึกษาทางการลงทุนหรือนักลงทุนมืออาชีพ จงถามว่า “พวกคุณจะได้อะไรจากผม” ถ้าคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจคุณก็ควรจะเดินหนีไปซะ การลงทุนแบบเน้นคุณค่าเป็นเทคนิคที่พิสูจณ์แล้วว่า จะสร้างผลตอบแทนที่ดีมากในระยะยาว 3. จงมีสติ ...บัฟเฟตต์แนะนำว่า ปล่อยให้คนอื่นๆ ตื่นตระหนกไปกับตลาดแล้วเมื่อมันสงบคุณจะได้ประโยชน์จากมัน อย่าคิดจะเป็นเจ้าของหุ้น ถ้ามันจะทำให้คุณตื่นตระหนกและขายหุ้นของคุณเมื่อราคาตกลง 50% คำแนะนำ 3 ข้อ ตอนตลาดตก 1) เกาะติดอยู่กับบริษัทที่ดี 2) รู้จักตัวเอง 3) อย่าตัดสินใจลงทุนเพราะมีคนอื่นมากระซิบหุ้นเด็ด 4. จงอดทน ...บัฟเฟตต์แนะนำให้คิดถึงระยะเวลาเป็น 10 ปี แทนที่จะเป็น 10 นาที ถ้าคุณไม่สามารถจะถือหุ้นได้เป็นทศวรรษก็อย่าซื้อหุ้นตั้งแต่แรก อย่าหมกมุ่นอยุ่กับราคาหุ้น จงศึกษาพื้นฐานของธุรกิจ ความสามารถในการสร้างกำไร อนาคตของบริษัท และอื่น ๆ เวลาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของธุรกิจ 5. ซื้อธุรกิจไม่ใช่แค่ซื้อหุ้น ...ถ้าคุณซื้อหุ้นของบริษัทที่ดีแล้ว ปล่อยให้คนอื่นๆ กังวลเรื่องตลาดหุ้นไป ผลประกอบการของธุรกิจคือ กุญแจสำคัญของการเลือกซื้อหุ้น ให้ศึกษาผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทที่อยุ่ในรายการหุ้นที่คุณสนใจ จงมองหาความแน่นอนในตลาดที่ไม่แน่นอน ธุรกิจจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้นระยะยาวเท่านั้น 6. จงมองหาบริษัทที่มีฟรานไชส์ ...บัฟเฟตต์เรียกธุรกิจบางประเภทว่า “ฟรานไชส์” ซึ่งเปรียบเสมือนธุรกิจที่มีกำแพงและคูเมืองล้อมรอบอยู่ ซึ่งสามารถป้องกันศัตรูได้ ธุรกิจที่มีฟรานไชส์เศรษฐกิจต้องขายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ 1) จำเป็นหรือตอบสนองความต้องการ 2) ไม่ต้องการเงินลงทุนที่มากเกินไป 3) เป็นผู้นำตลาดและไม่มีคู่แข่งที่ใกล้เคียง 4) สามารถขึ้นราคาสินค้าหรือบริการได้อย่างอิสระ จงค้นหาบริษัทที่มีป้องปราการล้อมรอบ จงมองหาบริษัทที่อยู่เหนือคู่แข่ง อย่าซื้อขายหุ้นบ่อย ๆ จากงานวิจัยพบว่าการเข้าออกตลาดบ่อย ๆ จะสร้างผลขาดทุนมหาศาล ข้อควรปฏิบัติ มองหาธุรกิจฟรานโชส์ที่จะยืนหยัดผ่านการทดสอบของกาลเวลา ศึกษาพื้นฐานของบริษัทก่อนที่คุณจะซื้อมัน อย่ากลัวที่จะตกรถไฟ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจในรถไฟขบวนนั้น 7. ซื้อโลเทคไม่ใช่ไฮเทค ...ในโลกของบัฟเฟตต์การประสบความสำเร็จในการลงทุนคือการสร้างความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของจรวด, แสงเลเซอร์ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มักจะเกี่ยวกับเครื่องของ อิฐ, พรม, สี ลูกอมและฉนวน อย่าถูกยั่วยุด้วยการ รวยเร็ว และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทที่ซับซ้อน บริษัทเหล่านั้นไม่สามารถที่จะคาดเดาอนาคตได้ ข้อปฏิบัติ หลีกเลี่ยงบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ลงุทนในธุรกิจ “คลื่นลูกเก่า” บริษัทใช้เวลาเป็นทศวรรษเพื่อที่จะกลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ 8. จงหลีกเลี่ยงการลงทุนในแบบที่บัฟเฟตต์เรียกว่า “เรือของโนอาร์” ...คือซื้อโน่นนิดนี่หน่อย จะดีกว่าถ้าลงทุนมากๆ ในหุ้นน้อยตัว เมื่อคุณมั่นใจว่าธุรกิจนั้นมีความเข้มแข็ง จงมั่นใจและอย่าลังเลที่จะซื้อหุ้นในจำนวนมาก แทนที่จะซื้อหุ้น 15-20 บริษัทที่พอใช้ได้ 9. ฝึกที่จะอยู่นิ่ง ...สัญญาณของความสำเร็จในการลงทุนคือ ความสามารถที่จะปล่อยวางให้เวลาผ่านไปโดยไม่ต้องเคลื่อนไหว อย่าซื้อขายเพราะเห็นแก่กำไรเล็กๆ น้อยๆ การซื้อขายมาก ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของนักลงทุนที่โลเล ซึ่งมักจะจบลงด้วยการขาดทุนมากกว่าจะกำไร 10. อย่ามองตัววิ่ง [ราคาหุ้น] ...ราคาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของตัววิ่ง แต่การลงทุนเป็นอะไรที่มากกว่าราคา ให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า หลีกเลี่ยงจากตัววิ่งและละเว้นจากการดูราคาหุ้นทุกๆ วัน บัฟเฟตต์ ไม่เคยรู้ว่า บริษัทเบิร์กไซร์ฮาธาเวย์ของเขาว่าซื้อขายกันที่ราคาเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นวานนี้, วันนี้ หรือพรุ่งนี้ แต่เขาสนใจว่าจะซื้อขายกันที่ราคาเท่าใดในทศวรรษหน้า เพราะนั่นคือการวัดศักยภาพและมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท 11. มองตลาดหุ้นขาลง ให้เป็นโอกาส ...ตลาดหุ้นขาลงไม่ได้ฆ่าใคร แต่กลับเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นถ้าผู้คนเริ่มวิ่งหนีออกจากหุ้นดีๆ จงเตรียมพร้อมที่จะลุยไปกับหุ้น จงมองหาบริษัทที่มีคุณภาพที่กำลัง “ลดราคา”สำหรับคุณภาพ นั่นหมายถึง พื้นฐานที่รองรับธุรกิจและคุณภาพของทีมบริหาร บัฟเฟตต์พูดว่า “นักลงทุนจะไม่ขาดทุนเมื่อตลาดปรับตัวลงจะมีก็เพียงนักเก็งกำไรเท่านั้นที่ขาดทุน” ดังนั้นจงเป็นนักลงทุนแบบวอร์เร็น บัฟเฟตต์ 12. อย่าตีบอลทุกลูกที่ขว้างมา ...บัฟเฟตต์ ชอบเปรียบเทียบแนวทางการลงทุนของเขากับเรื่องของเบสบอล เขาเปรียบนักลงทุนว่าเหมือนกับผู้เล่นที่ยืนอยู่บนโฮมเบสที่พร้อมจะตีลูก ตลาดหุ้นก็เหมือนกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ขว้างลูกมาให้นักลงทุนตีอยู่ตลอดเวลา เขาแนะนำว่า “อย่าตีบอลทุกลูกที่ขว้างมา” จงอดทนแล้วปล่อยให้ลูกบอลที่ขว้างผ่านไป ให้รอเฉพาะลูกสวย ๆ ตีง่าย ๆ ที่ถูกขว้างมาแล้วค่อยตี 13. อย่าสนใจเรื่องมหาภาค จงสนใจแต่เรื่องจุลภาค ...เรื่องใหญ่ๆ อย่างเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจ เป็นเรื่องภายนอกธุรกิจอย่าไปใส่ใจกับมัน จงสนใจแต่เรื่องเล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง 14. จับจ้องมองการบริหาร ...บัฟเฟตต์ จะมองหาธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่าพร้อมกับผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่เสมอ 1) ทีมผู้บริหารทำงานเพื่อผู้ถือหุ้น หรือทำงานเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเขาเองโดยใช้ทรัพยากรของผู้ถือหุ้น? 2) ผู้บริหารใช้งบประมาณของบริษัทอย่างรอบคอบ หรือเป็นผู้บริหารที่ใช้เงินสิ้นเปลือง? 3) ผู้บริหารทุ่มเทเพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นและใช้จ่ายเงินลงทุนอย่างเหมาะสมหรือไม่? 4) ผู้บริหารมีโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและหลีกเลี่ยงการออกหุ้นใหม่ที่จะทำให้มูลค่าของหุ้นลดลงหรือไม่? 5) ผู้ถือหุ้นถูกปฏิบัติอย่างหุ้นส่วน หรือเป็นเพียงแค่หุ่นไล่กา? 6) รายงานประจำปีของบริษัทเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องตรงไปตรงมาหรือว่ามีแต่เรื่องไร้สาระ? 7) ผู้บริหารรายงานข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง หรือพยายามปกปิดข้อมูลความเป็นจริง? ประเมินทีมผู้บริหารก่อนที่คุณจะลงทุน มองหาบริษัทที่เป็นมิตรกับผู้ถือหุ้น หลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประวัติเสียงทางการเงินและกลโกงทางบัญชี 15. ราชาแห่งวอลสตรีทนั้นไม่ใส่เสื้อผ้า ...บัฟเฟตต์ บอกว่า วอลสตรีท เป็นที่ๆ เดียวที่คนซึ่งมาด้วยรถ Rolls-Royces ฟังคำแนะนำของคนซึ่งมาด้วยรถไฟใต้ดิน อย่าสนใจกราฟ กุญแจของการลงทุนคือ วินัย และความอดทน ให้ค้นหาความแตกต่างระหว่าง มูลค่าของธุรกิจกับราคาของหุ้นในตลาด 16. ฝึกที่จะคิดให้เป็นอิสระ ...อยู่ให้ห่างจากฝูงชนที่แต่ตื่น ถ้าไม่อย่างนั้น ความอลหม่านจะมาเยือคุณและการลงทุนของคุณ ทำการบ้านของคุณและตัดสินใจเลือกการลทุนด้วยตัวคุณเอง 17. จงอยู่ในของเขตความรอบรู้ของคุณ ...จงสร้างโซน ของความชำนาญขึ้นมา แล้วอยู่แต่ในโซนนั้น และอย่าโทษตัวเองถ้าพลาดโอกาสดีๆ ที่เกิดขึ้นนอกโซนที่คุณสร้างขึ้น จดรายชื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมที่คุณรู้สึกสบายใจด้วย อย่าสร้างข้อยกเว้นให้กับขอบเขตความรอบรู้ของคุณ เล่นเกมของคุณ ไม่ใช่เล่นเกมของคนอื่น 18. อย่าสนใจการพยากรณ์ตลาดหุ้น ...การทำนายราคาหุ้น หรือหุ้นกู้ในระยะสั้น ๆ นั้นไร้ประโยชน์ พวกมันบอกเกี่ยวกับผู้ทำนายมากกว่าที่พวกมันจะบอกเกี่ยวกับอนาคต อย่าให้การพยากรณ์มายุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจการลงทุนของคุณ เอาเวลาที่จะใช้กับการฟังพยากรณ์ตลาดหุ้น ไปใช้กับการวิเคราะห์ประวัติผลการดำเนินงานของบริษัทดีกว่า พัฒนากลยุทธ์การลงทุนโดยไม่ต้องพึ่งพาภาพรวมการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น 19. รู้จักกับ “นายตลาด” และ “Margin of Safety” ...นักลงทุนที่ดีคือ ใครก็ตามที่สามารถรวมเอาการเลือกธุรกิจที่ดีเข้ากับความสามารถที่จะวางเฉยต่อการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นได้ เมื่อเกิดความสับสน จงนึกถึงแนวความคิดของ เบน เกรแฮม ในเรื่อง “นายตลาด” และให้มองหา “Margin of Safety” รอจนกว่าเวลาของคุณจะมาถึง คอยจนกว่านายตลาดจะหดหู่ และทำให้ราคาของหุ้นลดลงมากพอที่จะสร้างโอกาสในการซื้อที่มี Margin of Safety ในปริมาณที่เหมาะสม 20. จงตื่นกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังตื่นกลัว ...คุณสามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่าใครจะโลภ, ตื่นกลัว หรือโง่เขลา คุณแค่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไรหรือกำลังเป็นอะไรอยู่เท่านั้น ซื้อเมื่อคนอื่นกำลังขายและขายเมื่อคนอื่นกำลังซื้อ จงเตรียมพร้อมที่จะลงทุนอย่างรวดเร็วเมื่อโอกาสนั้นมาถึง 21. อ่าน, อ่านให้มาก แล้วคิดให้ดี ...บัฟเฟตต์ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวันในการอ่านหนังสือ และใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการคุยโทรศัพท์ ส่วนเวลาที่เหลือหมดไปกับการ “คิด” อุตสาหกรรมการลงทุนนั้นไม่เหมือนกับอุตสากรรมอื่น ๆ การที่จะลงทุนนั้นต้องสะสมความรู้ และยังมีสิ่งที่คุณไม่รู้อีกมากมายซึ่งพร้อมที่จะให้คุณค้นพบ 22. ใช้แรงม้าของคุณให้เต็มที่ ...คนทั่ว ๆ ไปมี “เครื่องยนต์ขนาด 400 แรงม้า” แต่สามารถใช้ได้เพียง 100 แรงม้าเท่านั้น ใครก็ตามที่สามารถใช้แรงม้าได้เต็มที่จากเครื่องยนต์ขนาดแค่ 200 แรงม้า ก็สามารถทำได้ดีกว่าคนอื่น ๆ มาก 23. อย่าทำพลาด จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น ...ให้ความสำคัญกับการศึกษาความผิดพลาด และเรียนรู้ที่จะไม่ทำมัน จงระวังคำสัญญาที่พร่ำบอกเกี่ยวกับการรวยเร็วและผลตอบแทนที่สูงลิ่ว ซึ่งมันมักจะมาควบคู่กับความเสี่ยงก้อนโตเสมอ จงกระตือรือร้นที่จะตัดสินใจลงทุนด้วยตัวคุณเองและอย่าสละอำนาจการควบคุมพอร์ตโพลิโอของคุณไปให้คนอื่น จับตาดูต้นทุนอยู่เสมอ “จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น มันไม่มีเหตุผลที่จะใช้ชีวิตอันแสนเศร้าบนเรื่องราวความผิดพลาดที่คนอื่นเคยทำมาแล้ว” 24. ก้าวสู่การเป็นนักลงทุนผู้รอบรู้ ...สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการลงทุนแบบรอบรู้ก็คือ มันสามารถสร้างความมั่งคั่งให้คุณได้ถ้าคุณไม่รีบร้อนจนเกินไป และมันจะไม่ทำให้คุณจนลง จงต่อสู้กับเสียงรบกวนต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะแห่งความเป็นจริง ฝึกที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จดสิ่งต่างๆ ที่คุณทำถูก จดสิ่งต่างๆ ที่คุณทำผิด จทำวันนี้ให้มากและทำวันหลังให้น้อยลง การลงทุ่นคือ การหลีกเลี่ยงปัญหาทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด และแก้ปัญหาทางธุรกิจให้น้อยที่สุด มันเกี่ยวกับการหาและกระโดดข้าม “รั้วที่สูงแค่ 1 ฟุต” ไม่ใช่การพัฒนาความสามารถพิเศษเพื่อที่จะกระโดดข้ามรั้วที่สูง 7 ฟุต ที่มา http://www.manager.co.th/ http://www.ranthong.com/ How Buffett Does It ตามรอยวอเร็น บัฟเฟตต์ โดย James Pardoe แปลโดย เอกสิทธิ์ หัสสรังสี "Thank You" from 1 Member
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 20 Jul 14:13 กระทู้ : ฿฿฿฿฿ คุยโขมงห้องค้าหุ้นไทย@สินธร ประจำวันพุธที่ 20/07/2559 ฿฿฿฿฿ความเห็น : Cash is Trash กรกฎาคม 18, 2016 Filed under บทความ Posted by ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร โปรดอ่านใน spoil ครับ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคำว่า “Cash is king” ซึ่งแปลว่า  “เงินสดคือราชัน” บางคนก็เรียกว่า “เงินสดคือพระเจ้า”  ความหมายก็คือ  ในยามที่กิจการหรือบุคคล “มีปัญหาทางการเงิน”  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  ขาดสภาพคล่องหรือกำลังใกล้ล้มละลาย  ซึ่งต้องการเงินสดมาใช้จ่ายหมุนเวียนนั้น  เงินสดเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดที่จะเอาตัวรอดได้  และดังนั้น  เงินจึงเปรียบเสมือนกับพระเจ้า  ไม่มีเงินสดก็  “ตาย”   Cash is king นั้นเป็นคำที่พูดกันมากในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศเกิดวิกฤตในช่วงปี 2540 ที่ทำให้กิจการส่วนใหญ่และบุคคลทั่วไปขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง  ในช่วงนั้นใครที่ยังมีเงินสดหรือสภาพคล่องที่ดีอยู่จึงปลอดภัยและได้เปรียบมากในการทำธุรกิจ  อย่างไรก็ตาม  สถานการณ์ในช่วงเร็ว ๆ  นี้เปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้าม  ธุรกิจและบุคคลธรรมดาส่วนใหญ่มีเงินสดและสภาพคล่อง “ล้น” อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจาก  “เงินสด”  ตกต่ำลง  “ใกล้ศูนย์”  เงินสดไม่เป็นสิ่งที่น่าพิสมัยในขณะที่การลงทุนอื่นโดยเฉพาะในหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กำลังวิ่งขึ้นให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีแล้วถึงกว่า 15%  ดังนั้น  ภาพของเงินสดในขณะนี้ก็คือ  “Cash is trash”  หรือเงินสดก็คือ  “ขยะ” ที่  “ไม่มีค่า” ดังนั้น จึงอาจจะมีคำแนะนำสำหรับนักลงทุนว่าเราไม่ควรถือเงินสดมากนัก  แค่พอมีไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนก็พอแล้ว เรื่องของการถือเงินสดนั้นเป็นประเด็นที่นักลงทุนและ VI จะต้องคิดและคำนึงถึงตลอดเวลา  โดยทางทฤษฎีแล้ว  การถือเงินสดนั้นก็เพื่อเหตุผลใหญ่ ๆ  3 ประการนั่นก็คือ  หนึ่ง   เอาไว้ใช้จ่ายหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน  ส่วนนี้อาจจะถือแค่พอใช้จ่าย 3-6 เดือนก็พอแล้ว  สอง ถือไว้เผื่อในยามฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินโดยไม่คาดคิด  เช่นถ้าเป็นบริษัทก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ผิดปกติเช่น คนงานประท้วงหรือเกิดภัยที่ไม่คาดคิดส่วนในคนธรรมดาก็อาจจะเป็นเรื่องของความเจ็บป่วยเป็นต้น  เงินสดส่วนนี้จะมากหรือน้อยคงเป็นเรื่องของแต่ละคนแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มากมายนัก  และข้อสามสำหรับเหตุผลในการถือเงินสดก็คือ  การ  “เก็งกำไร”  ในกรณีที่เกิด “โอกาสในการทำกำไร” ขึ้น  ถ้าเป็นเรื่องของบริษัทก็อาจจะเป็นการซื้อวัตถุดิบที่อาจจะมีราคาต่ำลงมาตุนไว้ใช้หรือในกรณีบุคคลธรรมดาก็อาจจะเป็นเรื่องของการลงทุนในทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ที่มีราคาถูกที่ถูกเสนอขายหรือมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  โดยที่จำนวนเงินสดที่ถือในส่วนนี้น่าจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของตลาดทรัพย์สินต่าง ๆ  และหุ้นในตลาดว่าเป็นอย่างไร วอเร็น บัฟเฟตต์ น่าจะเป็น “สุดยอด” ของนักลงทุนที่สามารถค้นหาการลงทุนโดยเฉพาะในหลักทรัพย์ได้มากมายกว่าคนอื่น  แต่เขาเองกลับมักจะไม่ได้ลงทุน 100% ในหุ้น  เขามีการลงทุนในตราสารการเงินอื่นโดยเฉพาะพันธบัตรไม่น้อยแม้ว่าพันธบัตรหลายชุดจะอิงอยู่กับหุ้นหรือแปลงเป็นหุ้นได้  สิ่งที่คนอาจจะไม่รู้ก็คือ  บัฟเฟตต์เองนั้นมักจะถือ  “เงินสด”  เป็นจำนวนมาก  ว่ากันว่าเขาจะต้องถือเงินสดตลอดเวลาในปริมาณที่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือ 350,000 ล้านบาท  เพื่อที่จะได้พร้อมที่จะเข้าซื้อกิจการหรือหุ้นที่เขาสนใจเพื่อลงทุนแม้ว่าเม็ดเงินสดจำนวนมหาศาลนี้มักจะให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นโดยทั่วไปมาก  ดังนั้น  ในสายตาของบัฟเฟตต์แล้ว  เงินสดนั้นไม่ใช่  “ขยะ” แน่นอน   บัฟเฟตต์เชื่อว่าโอกาสของการลงทุนที่ดีที่จะเข้ามานั้นมีอยู่ตลอดเวลา  เขาจะต้องพร้อมที่จะฉกฉวยมันได้ทันที  และนี่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียโอกาสจากผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินสด ส่วนตัวผมเอง  และอาจจะรวมถึง VI จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีนั้น  ผมแทบจะไม่ได้ถือเงินสดเลย  ตั้งแต่เข้าลงทุนในตลาดเต็มที่จนถึงเมื่อ 2 ปีก่อน  โดยส่วนใหญ่แล้วผมถือเงินสดไม่เกิน 1% เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเผื่อเหตุฉุกเฉิน  ที่เหลืออยู่ในหุ้นเกือบทั้งหมดและมีทรัพย์สินที่จับต้องได้อื่นเช่นที่ดินและรถยนต์น้อยมาก  ผมคิดว่าหุ้นที่มีราคาถูกมีมากและ “หาได้ง่าย”  บางช่วง  “เต็มตลาด”  ทุกครั้งที่มีเงินสดเพิ่ม  อาจจะเนื่องจากรายได้จากการทำงานประจำ  เงินจากปันผล  หรือการขายหุ้นบางตัว  ผมก็จะรีบซื้อหุ้นตัวใหม่ได้ทันที  ว่าที่จริงผมเรียกมันว่าเป็นการ  Switch หุ้นหรือเปลี่ยนตัวหุ้นมากกว่า  แต่เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา  ผมก็รู้สึกว่าการหาหรือเลือกหุ้นลงทุนที่ถูกมากหรือคุ้มค่าและไม่เสี่ยงเกินไปนั้นยากขึ้นทุกที  ดังนั้น  เมื่อผมได้รับปันผลหรือขายหุ้นบางตัวไปและได้เงินสดมา  ผมก็ไม่ได้ใช้มันในการซื้อหุ้นใหม่เท่าที่ควร  เงินสดผมก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ผลก็คือ  ภายในเวลา 2 ปี  เงินสดของผมก็สูงขึ้นจนถึงเกือบ 40%  ของพอร์ตโดยรวม เงินสดจำนวนมากที่ให้ผลตอบแทนเพียง 1-2% ต่อปีนั้นไม่ได้เป็นปัญหากับผมในปีที่แล้วที่ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนติดลบประมาณ 11% รวมปันผล  และพอร์ตหุ้นโดยรวมของผมก็ให้ผลตอบแทนเพียง 1-2% เช่นเดียวกัน  แต่ในปีนี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไป  ตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นมากกว่าที่ผมคิด  ไม่มีช่วงหุ้นลงหนักที่จะทำให้ผมสามารถช้อนซื้อหุ้นได้ในราคาถูก  พอร์ตเกือบ 40% ของผมอยู่ในเงินสดซึ่งให้ผลตอบแทนเหลือ 1% ในขณะที่ตลาดให้ผลตอบแทนไปแล้วกว่า 15%  ดังนั้น  ถ้าผมจะเอาชนะตลาดได้ในปีนี้  พอร์ตหุ้นของผมจะต้องทำได้ดีกว่าตลาดมาก  อาจจะต้องทำให้ได้ถึงเกือบ 30% เพื่อที่ผลตอบแทนรวมของผมจะได้เท่ากับผลตอบแทนของตลาด  และนี่ก็คือความเสี่ยงของการถือเงินสด  นั่นก็คือ  ถ้าตลาดหุ้นดีไปเรื่อย ๆ  การถือเงินสดจะเป็นการถือ  “ขยะ”  หรือ Cash is trash ถ้าจะถามว่าหุ้นโดยส่วนรวมในช่วงเร็ว ๆ  นี้มีราคาแพงเกินพื้นฐานหรือไม่ที่ทำให้ผมไม่ซื้อหุ้น?  คำตอบของผมก็คือ  ไม่ใช่  ผมเองคิดว่าหุ้นในขณะนี้มีราคาที่ “ยุติธรรม” โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากหลักทรัพย์อื่น ๆ  ในตลาดและอสังหาริมทรัพย์    แต่ถ้ามองจากมุมมองระยะยาวแล้ว  ราคาหุ้นในระดับนี้ก็ต้องถือว่าแพงด้วยค่า PE ประมาณ 20 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ระดับ 10 เท่าต้น ๆ    และดังนั้นการลงทุนซื้อหุ้นในช่วงนี้แล้วถือระยะยาวสำหรับผมแล้วมันอาจจะไม่มี Margin of Safety หรือไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร  มีโอกาสขาดทุนได้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย  ถ้าจะสรุปในภาพใหญ่ก็คือ  ผมคิดว่าทรัพย์สินทุกอย่างในช่วงเวลานี้ล้วนแต่แพงเหมือน ๆ  กัน  และดังนั้นผมจึง  “รอ”   รอโอกาสที่จะได้ซื้อของถูกเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน  พูดอีกแบบหนึ่ง  ผมกำลัง  “เก็งกำไร” ซึ่งโอกาสถูกและผิดพอ ๆ  กัน เงินสดยังทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือมันช่วยรักษามูลค่าความมั่งคั่งของเราให้  “คงที่” ไม่ลดลงโดยเฉพาะในช่วงเวลาไม่ยาวมาก   หลังจากที่ลงทุน “เต็มตัว” มา 20 ปี และมีความมั่งคั่งในระดับที่ “ไม่อาจคาดคิดได้ในชีวิต”  ผมเองก็รู้สึกว่านั่นอาจจะเป็นเพราะผม “โชคดี”  ที่เกิดถูกที่ถูกเวลาประกอบกับมีความรู้ความสามารถที่พอใช้ได้  แต่โอกาสแบบนี้อาจจะสิ้นสุดลงแล้ว  ผมจะหวังทำได้ซ้ำนั้น “เป็นไปไม่ได้”  สิ่งที่ผมควรจะทำมากกว่าก็คือพยายามรักษาระดับความมั่งคั่งนี้ไว้ซักระยะหนึ่งก่อนที่จะเริ่มเดินทางต่อไปในเส้นทางที่ไม่ได้ “โรยด้วยกลีบกุหลาบ” แต่ “เต็มไปด้วยก้อนกรวด” ซึ่งก็เป็นเส้นทางที่ปกติสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น   และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมถือเงินสดมากในช่วงนี้  นั่นก็คือ  รักษาความมั่งคั่งที่น่าพึงพอใจไว้ให้ปลอดภัย—จนกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวยต่อการลงทุนแบบเน้นคุณค่าจริง ๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรแต่ก็คิดว่าวันหนึ่งมันก็จะเกิดขึ้น คำถามสุดท้ายที่ผมเองก็ยังไม่สามารถตอบได้ล่วงหน้าก็คือ  ถ้าหุ้นไทยยังคงขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ  และอัตราดอกเบี้ยก็ยังไม่ขึ้นซักทีผมจะทำอย่างไร?  คำตอบก็คือ ผมคงต้องประเมินสถานการณ์และราคาหุ้นที่ผมสนใจไปเรื่อย ๆ  บางทีถ้าผมยังไม่พอใจกับราคาของหุ้นไทย  ผมอาจจะต้องพิจารณาตลาดหุ้นต่างประเทศเพิ่มขึ้น  การตัดสินใจนั้นอาจจะเร็วมาก  การ “เปลี่ยนใจ” อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  สิ่งที่ผมต้องตระหนักเสมอก็คือ  เราต้องไม่ถูก “บีบ”  ให้ตัดสินใจด้วยอารมณ์และความรู้สึก  ทุกอย่างควรมีเหตุผลเป็นหลัก— โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับเรา ขอบคุณบททความจาก - http://www.thaivi.org/cash-is-trash/
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 19 Jul 12:02 จุดเข้าซื้อหุ้นของ Berkshire Hathaway / โดย คนขายของ
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 18 Jul 18:54 @หุ้นพอร์ทระเบิด : 🔥🔥 CUT LOSS สำคัญอย่างไร ?!?! 🔥🔥 🌟🌟Warren Buffett 🌟🌟 บอกกับพวกเราว่า กฎข้อที่ 1 ของการลงทุน คือ Never lose money และกฎข้อที่ 2 คือ Never forget rule no. 1 ทำไม Buffett
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 18 Jul 11:02 Cash is Trash : ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Jul 21:02 จุดเข้าซื้อหุ้น สไตล์ Berkshire Hathaway
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Jul 13:33 "เซียนหุ้นพันธุ์ผสม" "กระทรวง จารุศิระ"
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 15 Jul 12:02 "ตลาดมีหน้าที่รับใช้คุณ ไม่ใช่นำทางคุณ" คำแนะนำของวอเร็น บัฟเฟตต์
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 14 Jul 15:02 บันทึกจาก ฟิลลิป ฟิชเชอร์ ถึง วอร์เรน บัฟเฟตต์
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 13 Jul 18:17 กระทู้ : หามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นทำยังไงหรอครับความเห็น : ลองอ่านของ ดร นิเวศน์หรือบัฟเฟตต์ดูนะครับเป็นหนังสือ
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 13 Jul 12:02 7 วิธีการ trade หุ้นให้ได้กำไรและขาดทุนเป็น 0
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 12 Jul 14:32 "ใจมันรักหุ้นปั่นฯ" เล่นหุ้นแนวอื่นรวยไม่ได้ก่อน 30 จริงหรือ
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 12 Jul 01:03 กระทู้ : วิธีสะกดจิตตัวเอง .... ชีวิตผมในตลาดหุ้นที่ขาดทุนย่อยยับ (อยากให้เข้ามาอ่านกันครับ)ความเห็น : ผมชอบใช้วิธีสะกดจิตตัวเองอย่างหนึ่งในช่วงหลัง พอจะทราบไหมครับว่าคืออะไร .... https://www.facebook.com/guessingstock/posts/1024938747541598 คนเรามักจะหลอนกับราคารายวันหุ้นขึ้นลงใช่ไหมครับ แต่เราก็มีราคาเป้าหมายในใจ บางครั้งเราศึกษามาดีอยากจะถือเอาปันผล แล้วให้กิจการโตไป 3 ปี สุดท้ายหุ้นขึ้นไป 200% แต่สุดท้ายระหว่างทางเจอพายุราคา ทั้ง FED ขึ้นดอก จีนจะไม่โต ญี่ปุ่นเงินเยนแข็งค่า Brexit กีดกันการค้า และต่างๆนานา จนทำให้หุ้นดีๆอยู่กับคนโง่ๆ คนที่ใจโลเลอย่างเราได้ไม่นาน สุดท้ายก็พลาดที่จะถือหุ้นดีๆ แต่พอหันไปมองหุ้นตัวเองกลายเป็นแดงติดดอยทั้งพอร์ทเลย แล้วก็ปลอบกับตัวเองว่าซักวันเดี๋ยวมันก็ขึ้นมา เป็นอย่างนี้เยอะ แล้วพอมันขึ้นดีใจไม่ขาย สุดท้ายมาไม่ถึงทุน ถือต่อยาวไปอีกปีก็คงไม่เป็นไร สามปีผ่านมาก็ยังไม่ถึงทุนได้แค่เสียว .... (ถ้าพี่จะเอาอย่างนั้นจริงๆ เอาเงินไปทำอย่างอื่นได้เสียวกว่าเยอะครับไม่ทรมานด้วย) วิธีที่ผมใช้คือเปลี่ยนต้นทุนทันทีที่ซื้อหุ้น โดยเพื่อนๆทราบกันไหมครับว่าเราสามารถเปลี่ยนราคาต้นทุนหุ้นในพอร์ทได้เพียงแค่แจ้งมาร์เก็ตติ้งให้จัดการให้ก็เรียบร้อยแล้ว (ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันยังทำได้ไหม อันนี้คือทำเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ลอง inbox ถาม Pierh Tanun มาร์เทพแห่ง asp ดูนะครับ) โดยหุ้นที่เปลี่ยนครั้งสุดท้ายคือหุ้นโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตอนที่ซื้อนั้นเล่นอยู่คนเดียวเลย ไม่มีคนสนใจ พอหุ้นลงเพื่อนก็ทิ้งหมด แถมด่าด้วยว่าหุ้นห่วย ตอนนั้นคาดว่าราคาหุ้นจะไป 2 เท่าภายใน 3 ปี เลยตั้งราคาเล่นๆไว้สูงกว่าราคาทุนที่ซื้อคือ 4 เท่า สมมติซื้อที่ราคา 1 บาท ก็แก้ราคาเป็น 4 บาท ทำให้ขาดทุนทันทีเละเทะเลยครับตั้งแต่ตอนซื้อ คือขาดทุน -75% และตั้งแต่วันนั้นผ่านมา 4 ปีแล้วถึงวันนี้ ยอดขาดทุนก็ลดลงตามที่ท่านได้เห็นกันนี่แหละครับคืออีก 30% จะถึงทุนที่ผมตั้งบ้าๆไว้คือ 4 เท่าในอนาคต ไม่รู้จะอีกกี่ปีแต่ก็ต้องทนติดดอยต่อไป ดังนั้นช่วงที่ฝึกจิตพอร์ทของผมเลยกลายเป็นสีแดงทั้งพอร์ทและขาดทุนถึง -50% โดยเฉลี่ย (เลียนแบบคำพูดของบัฟเฟตว่าถ้าคุณทนขาดทุน -50% ไม่ได้ก็อย่ามาลงทุนในตลาดหุ้น) จากวันนั้นมาถึงวันนี้พอร์ทผมก็ได้ลดสัดส่วนการขาดทุนรวมมาเรื่อยๆ จนเมื่อผมเท่าทุนแล้ว ผมก็จะเดินทางมาถึงเป้าหมายทางการเงินของผมที่ตั้งไว้ในลำดับแรก มันอาจจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับคนอื่นหรือเซียน เทพ มหาเทพ อะไรอีกมากมายที่ทำกำไรได้ชิวๆวันหละหลายหมื่นหลายแสนทุกวัน แต่ชีวิตผมทุกวันนี้ก็มีความสุขพอในระดับที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนใครแล้ว ถึงแม้ความฝันของผมจะสำเร็จไม่ทันเมื่อผมอายุ 30 ปีค่อนข้างจะแน่แล้ว เพราะจากนี้ไปเหลือเวลาอีกแค่ 8 เดือน แต่ชีวิตผมที่เริ่มต้นมาจากเงินเดือนของตัวเอง บวกกับความรู้ที่สะสมมา ก็สามารถทำให้ตัวผมยืนเองได้ และไม่ต้องลำบากที่บ้านสำหรับการตั้งต้นชีวิตเลย ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะมีท้อแต่ก็มีแม่ที่คอยให้กำลังใจมาตลอด ไม่ได้บอกว่าผมเก่งหรืออะไรนะครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าถ้าเราสู้ไม่ท้อและถอย สู้ให้มันขาดใจ ยังไงแล้วเราก็จะเห็นทางที่เราสามารถยืนได้ครับ แล้วค่อยๆไต่สูงไปเรื่อยๆ การอยู่ที่ต่ำมันทรมานกว่าจะตั้งตัวขึ้นมาได้ พอตั้งได้แล้วค่อยๆปีนให้สูงขึ้น เดี๋ยวจะค่อยๆสบายๆ แล้วอย่าลืมว่าข้างล่างเป็นอย่างไร โตขึ้นมาแล้วจะได้ไม่ลืมว่าเรานั้นโตมาจากไหนนะครับ และจะได้ปฏิบัติต่อทุกๆคนได้เท่าเทียมกัน อย่าลืมว่าเรามีเขาไม่มีไม่ได้แปลว่าเราจะดีกว่าเขาหรือเราจะไปข่มเหงรังแกคนอื่นได้ ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่สู้และตั้งเป้าหมายค่อยๆทีละก้าว และพยายามจะไปให้ถึงนะครับ อย่ารีบ อย่าหาสูตรสำเร็จที่ตายตัว ชีวิตไม่ใช่ข้อสอบหรือสูตรฟิสิกส์ เพราะคุณใช้สูตรถูกคุณก็ไปผิดคำตอบได้เพราะคำตอบดันเปลี่ยนไป สิ่งที่ไม่คาดหวังเกิดขึ้นได้เสมอ เตรียมพร้อมกับทุกความผิดหวังไว้เถอะครับ แล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อไป ถ้าชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป แต่ถ้าชีวิตไม่ดิ้นก็คงต้องสิ้นกันไป นายมั่วหุ้น ณ ยอดดอย ฝากเพจด้วยนะครับ https://www.facebook.com/guessingstock ปล. ถ้าคนตามเพจผมมานานจะรู้ว่าหุ้นนั้นคือหุ้นอะไรครับ
FACEBOOK วอร์เรน บัฟเฟตต์ 11 Jul 23:44 @มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ : วิธีสะกดจิตตัวเอง .... ชีวิตผมในตลาดหุ้น (อยากให้อ่านมากๆครับ ถ้าดีช่วยแชร์ด้วย) ผมชอบใช้วิธีสะกดจิตตัวเองอย่างหนึ่งในช่วงหลัง พอจะทราบไหมครับว่าคืออะไร .... คนเรา
S2M วอร์เรน บัฟเฟตต์ 08 Jul 14:32 ความลับทางการลงทุน Ted Weschler มือขวาของวอเร็น บัฟเฟตต์
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 06 Jul 12:03 กระทู้ : ข่าวดี คือ ข่าวร้ายความเห็น : เครดิตบทความโดย....ชั่วโมง เรียนหุ้น เหตุการณ์แบบนี้ที่ว่า คือเมื่อเข้าไปซื้อหุ้นเพราะเจอแต่ข่าวดีเต็มไปหมด 1.หนังสือพิมพ์ทุกฉบับประโคมข่าว 2.บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ออกรายงานมาว่าหุ้นจะไปเท่านั้นเท่านี้ 3.ใครๆ ก็พูดกันถึงหุ้นตัวนี้ 4.ปริมาณการซื้อขายหุ้นที่คึกคัก มี BID มากกว่า OFFER หุ้นขึ้นทุกวัน 4 เหตุการณ์นี้มันยั่วใจแบบบอกไม่ถูก ทำให้เรารู้สึกว่าหุ้นตัวนี้ต้องขึ้นอีกแน่ ไม่มีทางไม่ขึ้น จิตเต็มไปด้วยอาการความรู้สึกอยากได้ อยากได้จังเลย จริงๆ แล้วเหตุการณ์ 4 เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นมาในทันที มันจะเกิดเหตุการณ์ข่าวลือที่คอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ จะหยิบประเด็นมาเขียนสั้นๆ เช่น เห็นนาย K เทียวไปเทียวมาธนาคาร B เจรจากู้เงินซื้อกิจการเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ กำลังปิดดีลสำเร็จ งานนี้ราคาหุ้นวิ่งไกลแน่ ข่าวสั้นๆ แบบนี้แหละครับจะมาก่อน มันเหมือนคนไปเจออะไรดีๆ แล้วแอบมาบอกกระซิบกัน ทำให้เกิดการพูดกันไปปากต่อปาก ซึ่งช่วงเวลานี้หากสังเกตปริมาณการซื้อขายหุ้นจะสูงขึ้นผิดปกติ และถ้าดูความผิดปกติให้ลึกๆ จะเห็นว่าราคาหุ้นขึ้นทุกวัน ราคาหุ้นที่ขึ้นทุกวันขึ้นมาแล้ว 30 – 50% จากราคาก่อนหน้าไม่กี่วัน แต่หากดูดีๆ ราคาจะขึ้นมาจากราคาเมื่อปี – ปีครึ่งประมาณ 200 – 500% ซึ่งไอ้ตรงที่ราคาขึ้นมาจากปีก่อน 200 – 500% นี่ซิ นักลงทุนไม่รู้ สาเหตุที่ไม่รู้ก็เพราะไม่มีข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับใดพูดเรื่องอดีตเลย มีพูดถึงแต่เรื่องดีในอนาคต นักลงทุนที่จริงๆ จะใช้คำว่านักลงทุนก็ไม่เหมาะควรซะทีเดียว เห็นแค่ข่าว เห็นแค่ฟอร์มตัวของวอลุ่มการซื้อขายและราคาดูโคตรเท่ห์ ก็ลุยใส่หุ้นตัวนี้เต็มที่ เกิดปรากฏการณ์แย่งกันซื้อ เพราะอารมณ์ เพราะความโลภตัวเดียวแท้ๆ ผลของการซื้อหุ้นสำเร็จ หุ้นอาจขึ้นไปอีกสักหน่อย วอลุ่มขยายใหญ่โตแบบมโหฬาร ราคาก็ยังขึ้นอยู่ได้ แต่แค่เพียงไม่กี่วัน หรืออาจจะวันสองวัน หรือบางคนอาจจะวันนั้นเลย หุ้นไม่ขึ้นต่อ กลับจะถูกถล่มเทขายทุกระดับราคา กลายเป็นปิดติดลบ และด้วยอาการที่ตัวเองโมโห มีความเชื่อว่า ข่าวดีเต็มไปหมด และบางคนอาจจะเอาข่าวไปทำการบ้าน โดยผลของการทำการบ้านก็ออกมาว่าข่าวดีจะส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของหุ้นโตขึ้นแน่ เพราะการลงทุนเพิ่ม หากประสบความสำเร็จ EPS ต้องโต ราคาหุ้นต้องขึ้น จึงตัดสินใจช้อนซื้อเพิ่ม เพราะเห็นว่าหุ้นตกลงมาพอสมควรแล้ว การช้อนซื้อแบบนี้เป็นเพราะคนเล่นหุ้นลืมมองย้อนอดีตกลับไปปีถึงสองปีว่า ราคาหุ้นในอดีตราคาเท่าไร ถ้าเขารู้ว่าราคาในวันนี้สูงกว่าราคาในอดีตเป็น 200 – 500% เชื่อว่าเขาจะเกิดอาการขยาด ไม่กล้าจะซื้อหรือช้อนซื้อแน่ เพราะซื้อไปอาจจะโดนการออกของ (ขายหุ้น) โดยอาศัยข่าวดีก็เป็นไปได้ ย้อนกลับมาเรื่องข่าวดี อยากให้นักเรียนระลึกรู้เอาไว้ว่า หุ้นที่จากราคาขึ้นมาสูงในวันนี้และปล่อยให้ราคามีเสถียรภาพ (ไม่ตก) อยู่ได้หลายๆ เดือน ทำให้ดูเหมือนว่าหุ้นมีฐานราคาที่แข็งแรง แต่ความเป็นจริง ราคาในปัจจุบันที่รู้สึกว่ามีฐานราคาที่แข็งแรงนี้ เป็นราคาที่เจ้ามือได้ลากมารอข่าวดี ที่เจ้ามือเตรียมปฏิบัติการในวันนี้ ซึ่งคนเล่นหุ้นไม่ทันได้ตั้งสติระวังตัว จึงหลงเข้าไปซื้อที่ราคาตอนนี้ ผลสุดท้ายกลายเป็นว่า ถูกออกของ พาให้ติดอยู่บนดอย ส่วนเจ้ามือก็ลงจากดอยไปเรียบร้อยแล้ว และไม่รู้เมื่อไรจะกลับมา ข่าวดีที่ปรากฏแบบเกลื่อนเมือง ตามที่ระบุเอาไว้ในเหตุการณ์ 4 เหตุการณ์  เป็นสัญญาณบอกว่าเทศกาลเล่นหุ้นตัวนี้กำลังจะสิ้นสุดลง เป็นเวลาที่เจ้ามือจะออกของให้หมด เพื่อเปลี่ยนมือให้รายย่อยกลายมาเป็นผู้พยุงหุ้นต่อไป เพราะรายย่อยจะยึดหลักว่า ไม่ขายไม่ขาดทุน การระลึกเรื่องว่าข่าวดี คือ ข่าวร้าย จะช่วยให้เกิดความระวัง ว่าทุกครั้งที่เจอข่าวดี จะต้อง 1) เอาข่าวดีมาวิเคราะห์ ว่าข่าวดีเป็นจริงหรือไม่จริง ถ้าไม่จริงการเล่นหุ้นตัวนี้ก็คือการเก็งกำไร ต้องเล่นสั้นๆ แต่ถ้าข่าวดีเป็นจริงแน่ ต้องกลับมาดูราคาในปัจจุบันว่า ได้ซึมซับข่าวดีไปแล้วหรือยัง ถ้าซึมซับไปแล้ว หมายถึงราคาขึ้นสูงมากแล้ว จนเราเกิดความรู้สึกว่า แม้จะมีข่าวดีนี้ออกมาจริง ราคาก็แพงเกินไป ถ้าเกิดกรณีอย่างนี้ ก็จะเข้าเกณฑ์ว่า ราคาหุ้นถูกเจ้ามือลากมารอข่าวดีนี้ก่อนหน้าแล้ว เป็นเรื่องของฝีมือเจ้ามือที่วางแผนและเตรียมการเอาไว้นานแล้ว 2) ย้อนกลับไปดูราคาในอดีต ปี – 2 ปี ว่าราคาปรับตัวขึ้นจากเดิมเท่าไร หากปรับตัวขึ้นมาเป็นหลักร้อยๆ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้เชื่อเถอะว่า จะมีการออกของ (ขายหุ้น) ทำกำไรแน่นอน เพราะปัจจุบันการปั่นหุ้นได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นการลงทุนระยะกลางแทนแล้ว (ระยะกลางก็ 1 – 3 ปี) เพื่อแลกกับกำไรหลายร้อย ถึง 1,000% 3) ตั้งสติว่า หลงไปกับข่าวดีคือการซื้อของแพง และซื้อตอนขึ้น ซึ่งขัดกับบัญญัติ 10 ประการของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ข้อหนึ่งบอกว่า ให้สวนตลาด นั่นมีความหมายว่า หุ้นขึ้น ไม่ซื้อ แต่ถ้ามีหุ้นจะขาย ในมุมตรงกันข้าม หากหุ้นตก และหุ้นตกจนนิ่ง เหมือนเรามีอาการท้องเสีย แล้วเสียจนไม่รู้จะเสียยังไงแล้ว จุดนั้นจะเป็นจุดซื้อ เข้าหลักที่ว่า หุ้นตกให้ซื้อ การสวนตลาดที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ บัญญัติเป็นกฎของการลงทุนที่จะทำให้เป็นมหาเศรษฐี เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเอาไว้ให้มากๆ อย่าหลงไปตามอารมณ์ ความโลภในใจที่เกิดจากการถูกปั่นด้วยการให้ข่าว เพื่อหวังจะปล้นเงินของเราอย่างชอบธรรม
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 06 Jul 00:03 กระทู้ : " แค่ข่าวร้าย " โดย “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร”ความเห็น : ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่รุมล้อมตลาดหุ้นในช่วงนี้ มีทั้งข่าวร้ายจากทวีปยุโรป กรณีวิกฤติด้านการเงินของประเทศกรีซ ข่าวร้ายในทวีปเอเชีย กรณีตลาดหุ้นจีนตกแบบถล่มทลาย รวมทั้งข่าวร้ายเกี่ยวกับเศรษฐกิจภายในประเทศของเราที่ไม่กระเตื้องขึ้นอย่างที่หลายๆ ฝ่ายคาดหวัง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไม่คึกคัก เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวล     แต่สภาวะเศรษฐกิจและสภาวะตลาดหุ้นที่นักลงทุนวิตกกังวลอยู่นั้น ถือว่าเป็น “ภาพใหญ่” เกินไปที่จะประเมินได้ว่ามันส่งผลกระทบต่อการลงทุนของตัวเราเองมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้นควรโฟกัสไปยัง “ภาพที่เล็กลง” ซึ่งก็คือ “กิจการ” ที่เราเข้าไปลงทุน ว่ายังสามารถดำเนินงานไปได้ด้วยดีอยู่หรือไม่? ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด? และมีแนวโน้มอย่างไรในอนาคต? บางทีเราอาจจะพบว่าเรื่องร้ายๆ ที่มากับข่าวนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับกิจการที่เราลงทุนอยู่แต่อย่างใด       “เซอร์ จอห์น เทมเพิลตัน” ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “นักลงทุนหลายต่อหลายคนพุ่งเป้าไปที่แนวโน้มตลาดหรือมุมมองทางเศรษฐกิจมากจนเกินไปจนลืมไปว่า หุ้นบางตัวสามารถเพิ่มสูงขึ้นได้แม้ตลาดจะอยู่ในสภาวะตลาดหมี ขณะเดียวกันราคาหุ้นบางตัวก็อาจจะตกต่ำลง แม้ว่ามันจะเป็นตลาดกระทิงก็ตาม ตลาดหุ้นและภาวะเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป…ดังนั้นจงเลือกซื้อหุ้นรายตัว แทนที่จะซื้อแนวโน้มตลาดหรือมุมมองทางด้านเศรษฐกิจ”     “วอร์เรน บัฟเฟตต์” มีความเห็นในแนวทางเดียวกันว่า “หากเราพบกิจการที่เราพึงพอใจ สภาวะของตลาดจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อการตัดสินใจของเรา เราจะตัดสินซื้อหุ้นเป็นกิจการๆไป เราไม่เสียเวลาคิดเกี่ยวกับปัจจัยของเศรษฐศาสตร์มหภาค”     “ปีเตอร์ ลินซ์” กล่าวว่า “ผมไม่เชื่อในการทำนายตลาด ผมเชื่อในการซื้อหุ้นที่ดีเยี่ยมโดยเฉพาะบริษัทที่มีราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน และ/หรือ หุ้นที่ไม่ได้รับความสนใจตามที่มันควรจะเป็น” พร้อมทั้งแนะนำว่า “นักลงทุนไม่ต้องไปสนใจการขึ้นลงของตลาด แต่ให้ใช้เหตุผลในการซื้อขายเท่านั้น จำไว้เสมอว่า กำไรขาดทุนที่จะได้รับ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโดยรวม แต่จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะของธุรกิจที่บริษัทดำเนินการอยู่ ดังนั้นไม่ต้องไปสนใจการขึ้นลงของตลาดหุ้น”       “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ก็เคยให้คำแนะนำไว้เช่นกันว่า “ให้ความสำคัญกับตัวกิจการหรือตัวหุ้นมากกว่าสภาพตลาดหรือเศรษฐกิจโดยทั่วไป เพราะถึงแม้ว่าสภาพทางเศรษฐกิจอาจจะไม่ดี แต่ตัวบริษัทก็อาจจะดีได้ นอกจากนั้น ถึงกิจการอาจจะไม่ดีนักแต่ราคาหุ้นก็อาจจะต่ำกว่าพื้นฐานมาก ดังนั้นอย่าให้ภาพของตลาดหรือเศรษฐกิจมาหันเหการตัดสินใจซื้อหุ้นของเรา”     จะเห็นได้ว่า ในมุมมองของบรรดาสุดยอดนักลงทุนนั้น “พื้นฐานของกิจการ” คือสิ่งที่พวกเขาสนใจและให้ความสำคัญ ตราบใดที่กิจการยังสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ต่อให้มี “ข่าวร้าย” เกี่ยวกับสภาวะของตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวล ปล..... เป็นบทความเก่าของ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ซึ่งยังคงมีความทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งตรงกับที่ผมคิดว่า ข่าวดี หรือ ข่าวร้ายในตลาด มันก็แค่           ข่าว  ซึ๋งส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งผลอะไรกับหุ้น มากกว่าส่งผลทางอารมณ์ของ นลท. หุ้นตัวเดียวออกได้หลายข่าวร้ายและข่าวดีในวันเดียว สิ่งที่สำคัญ             มากกว่าใส่ใจข่าว คือการบริหารหน้าตักและวินัยในการลงทุนมากกว่าครับ
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 04 Jul 12:03 กระทู้ : ลงทุนครบ 5 ปี.. ได้อะไรดีๆ มามากมายความเห็น : ลงทุนมาครบ 5 ปี พอดี เคยบวกจากเงินต้นสูงสุด 30 เท่า แต่ตอนนี้บวกจากเงินต้นมา 26-28 เท่า ที่พอร์ทผมมันแกว่ง เพราะผมถือหุ้นน้อยตัว จะมีที่โฟกัสไปเลย 1-2 ตัว แต่จะถืออยู่ราวๆ 3-5 ตัวอาจมีเกินนั้นบ้างบางช่วง ตอนลงทุนเคยเติมเงิน 1 ครั้ง แต่ ผ่านไป 2-3 เดือนต้องใช้เงินเลยเอาก้อนนั้นออก และยังเอาออกจากตลาดเรื่อยๆ จนตอนนี้เรียกว่าไม่มีต้นทุนแล้ว ถ้านับเงินที่เอาออกพอร์ทคงโตราว 35-40 เท่า ในช่วงเวลา 5 ปี อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่ผมเฉยๆ กับมันนานแล้ว ความสำเร็จผมมาจากที่ปีแรกผมก็ได้ 10 เด้งทันที ทำไมผมถึงทำได้ เพราะผมพยายามอย่างหนัก ช่วงปีแรกผมต้องเล่นหุ้นและไปทำงาน ผมเลิกงานมาถึงบ้านราวๆ 2 ทุ่ม ผมจะศึกษาการลงทุนของตัวเอง รามถึงหาความรู้ถึงตี 3 ทุกวัน และ ตี 5 ครึ่งก็ต้องตื่นไปทำงาน เป็นแบบนี้ทุกวัน ราวๆ ปีครึ่งถึง 2 ปี พอครบ 2 ปี พอร์ทผมก็บวกไปแล้ว 20 เท่า ผมก็ลาออกจากงาน สิ่งที่ผมสร้างไว้มีตาราง Excel ที่ผมใส่สูตรไว้หาหุ้นดีๆ พร้อมกับคำนวณราคาเป้าหมายในตัว (ปัจจุบันผมเลิกใช้แล้วล่ะ ตลาดมันสอนมาไม่มีอะไรตายตัว ภาพที่คุณเห็น คุณไม่ได้เห็นเพราะคุณเก่ง แต่มีบางคนอยากให้คุณเห็นต่างหาก) บทความมากมายที่ผมอ่าน ผมจะสรุปมันในแบบที่ผมต้องการใช้งาน ผมเขียนบันทึกไว้เยอะมาก เก็บไว้อ่านและเตือน และสอนตัวเองเวลาหลงทาง ผมปรับปรุงขัดเกลารูปแบบการลงทุนของผมตลอดเวลา อาจารย์ของผมคือ ตัวเอง และคำสอนดีๆ จากประสบการณ์คนที่ผ่านร้อนหนาวมามากซึ่งมากจากการอ่านเป็นส่วนใหญ่ หลักการณ์ที่ใช้ วางแผนก่อนเดินหมาก จิตวิทยา จินตนาการ และพื้นฐาน (ส่วนกราฟผมก็พอดูเป็นแต่ไม่ใช้ผมยึดถือตัวเองที่สุด) ความถนัดส่วนตัวคือ ผมเคยเป็นแชมป์หมากล้อมรุ่น ม.6 สมัยเด็กจะแข่งหมากรุกได้เหรียญทองทุกปี เคยไปแข่ง iq180 มาด้วย ช่วง ม.4 ถึง ม.6 จะเล่นเก้าเก เกือบทุกวัน สภาพแวดล้อมที่โตมา ไม่ค่อยดีเพื่อในรุ่นหลายคนไปไม่รอด มียาเสพย์ติดอยู่รอบตัว ผมจึงมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ค่อยเหมือนใคร และเข้าใจกลโกงต่างๆ ได้ไว รวมถึงถนัดการวางแผนและคิดหลายชั้น แต่ก็ค่อนข้าง Low profile เข้าเรื่อง.. วิธีลงทุนเริ่มแรก คือ แบ่งเงิน 2 กองเท่าๆ กัน กองที่ 1 ผมเล่นมันตามตำรา ที่ผมขยันอ่านอย่างหนัก >> ผลลัพท์ค่อนข้างเรียบง่ายและน่าเบื่อ กองที่ 2 เล่นทุกอย่างที่ผมต้องการและอยากลอง โดยผมตั้งใจว่าจะเล่นมันให้หมดตรูด ผลลัพท์ปรากาฎว่ามันดีเกินจินตนาการ คือ ภายใน 3-4 เดือน เงินก้อนนี้โตขึ้น 3 เท่า ผมเล่นทุกอย่างที่อย่างลองอย่าที่บอก เช่น ตำราบอกว่าดีผมก็ลอง ตำราบอกไม่ควรผมก็ลอง DW ผมก็ลอง W ผมก็ลอง หุ้นปั่นผมก็ลอง มันก็เหมือนกับสภาพแวดล้อมที่มอาศัยวัยเด็กแหละ มีอะไรหลากหลายให้ทดลองไม่พ้นกระทั่ง ยาเสพย์ติด แต่คนที่จะเลือกว่าอะไรดีอะไรควร คือผมและจิตใต้สำนึกของผม บทสรุปคือแค่ผ่านปีแรก ผมก็เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากเงินก้อนนี้ รู้วิธีการปั่นหุ้นหลากหลายรูปแบบ กลโกงต่างๆ ในตลาด ถ้าจะเล่าจริงๆ น่ะมันยาวมาก และผมก็พร้อมจะเล่าถ้ามีคนอยากฟัง แต่ผมเคยตั้งใจจะเล่าเอง จะสอนคนอื่นแบบวงกว้างเมื่อคิดว่าตัวเองสำเร็จระดับนึง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใช่ยังไม่พอใจ ที่ผ่านมาก็สอนคนไปเกิน 10 คนแล้ว มีทั้งรอดเก่ง และขุนยังไงก็ไม่ขึ้น สรุปได้ทันทีว่าหุ้นนี่มันสอนให้ตายก็ยาก ถ้าคนที่คิดศึกษาเรียนไม่เรียนรู้อะไร นอกจากวิชาการณ์ ยกตัวอย่างเช่น การปรับตัว การสังเกต การทดลอง การลิมิตความล้มเหลว และจะยิ่งเก่งถ้าคุณสามารถสนุกกับความล้มเหลวได้ อ.จอร์จโซรอสสอนมาเอง ล้มได้ล้มบ่อยๆ ก็ยังได้แต่ต้องไม่ถึงกับหายนะ แต่ถ้าสำเร็จมันต้องอลังการ อ.บัฟเฟตก็สอนผม ทำน้อยได้มาก แสดงว่าเริ่มมาถูกทาง มันเข้าใจง่ายสั้นกระชับ แต่เป็นแก่นเลยล่ะ อ.คลายเครียดก็สอนมาว่า ให้ความสุขนำทางชีวิต รู้อะไรแล้วทำไม่ได้ = ไม่มีประโยชน์ ..แล้วก็อย่าทำเกินความรู้ความสามารถ** (คำสอนพวกนี้ผมสรุปของผมเองนะ เอาแบบที่ผมสบายใจน่ะครับ) **แต่ข้อสุดท้ายของ อ.คลายเครียดผมไม่ทำตาม เพราะสไตล์ใครสไตล์มัน ผมยึดว่าลองทำให้มากอีดนิดนึง มากกว่าที่เคยทำได้ ไม่ถึงต้องกับเครียด วันละนิดก็พอ เพื่อประสบการณ์ เวลาผ่านไปลองย้อนมาดู จะรู้ซึ้งว่าเรายังทำอะไรได้อีกมากมาย และมันน่าทึ่ง เพราะเราไม่เคยจินตนาการว่าเราทำได้ เคยคิดไว้ว่าก่อนตายผมอยากมีซัก 1,000-10,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันผมเข้าใจแล้วว่าเงินมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น การเรียนรู้ชีวิตมันสอนว่า ให้ความสุขกับความสนุกนำทางไปแล้วจะดี แล้วผลลัพท์มันก็ดีจริงๆ ผมตั้งเป้าไว้แค่ ก่อนอายุ 40 หรือช้าหน่อยก็ 45 ผมควรมี หลายร้อยล้าน ซึ่งถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะต้นทุนชีวิตผมมาค่อนข้างต่ำ และระยะทางที่ผมวิ่งมามันก็ไกลมากแล้ว สิ่งที่ควรทำนอกจากเงินคือ หาความสุขใส่ตัว และดูแลคนรอบตัวให้ดีต่างหาก และหากฝันสำเร็จเงินเหลือๆ ค่อยคิดทำการใหญ่ รูปแบบที่สองที่ฝันไว้ ไม่สร้างอาณาจักรก็คงช่วยเหลือสังคมเต็มรูปแบบ ตอนนี้ก็ประมาณนี้ บอกได้เลยว่ายังไม่สำเร็จ พอใจมั้ย? ไม่พอใจ แต่ก็เป็นสุขแม้จะได้เพียงแค่นี้ หลายๆ อย่างตลาดมันก็จะคอยสอนเราเองตลาดหุ้นโคตรเหมือนชีวิตคนเลยล่ะครับ ไว้วันที่สำเร็จน่าพอใจ จะมาเล่าละเอียดให้ฟัง..
PANTIP วอร์เรน บัฟเฟตต์ 03 Jul 17:37 กระทู้ : My Investment Diary ตอนที่ 15ความเห็น : อ่านความเห็น 6 เหมือนได้ดู โซรอส ปะทะ บัฟเฟต เลย