วัชระ แก้วสว่าง

"เสี่ยป๋อง" นักลงทุุนมืออาชีพสายเทคนิค

จำนวนข่าว


ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ลำดับชื่อล้านหุ้นล้านบาท

ครอบครัวเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ลำดับชื่อล้านหุ้นล้านบาท

ประเด็นข่าว บทวิเคราะห์ รีวีว พูดคุยล่าสุด

ทั้งหมด Social News
PANTIP วัชระ แก้วสว่าง 16 Jul 10:20 กระทู้ : ทางออกนักลงทุนไทย เทรดอย่างไร หุ้นไทย 1,600 (ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร + คุณวัชระ แก้วสว่าง)
PANTIP วัชระ แก้วสว่าง 15 Jul 14:52 กระทู้ : [ Live! ] Hard Topic | เจาะใจเซียน...หุ้นแบบไหนเก็บเข้าพอร์ต #3/7/17 (ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร +คุณวัชระ แก้วสว่าง)
FACEBOOK วัชระ แก้วสว่าง 08 May 21:26 @หุ้นพอร์ทระเบิด : " แกะพอร์ต 16 เซียนหุ้น " 16) คุณ อนุรักษ์ บุญแสวง มูลค่าพอร์ต 199 ล้านบาท ในพอร์ตมีหุ้น TPOLY, TCMC, FNS, SEAFCO, WINNER, HFT, PJW, SORKON, SVOA, TRT 15) คุณ ชาย มโนภาส มูลค่าพอ
FACEBOOK วัชระ แก้วสว่าง 01 May 08:45 @ShineStock : ShineStock ☀️เสียงเตือนที่ควรฟังจาก 2 เซียนหุ้นขาใหญ่เสี่ยป๋อง วัชระ แก้วสว่าง -เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์ Credit:Posttoday http://m.posttoday.com/analysis/report/361679
FACEBOOK วัชระ แก้วสว่าง 23 Jan 02:08 @Wattana Stock Page : ข่าวฝากประชาสัมพันธ์งานทำบุญครับ งาน Invest Op 2017 จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการหาทุนสร้างแหล่งพักพิงให้กับสัตว์จรจัดที่ จ. สระบุรี ครับ โต้โผผู้จัดก็เป็นกลุ่มคนในแวดวงการลงทุ
FACEBOOK วัชระ แก้วสว่าง 10 Jan 07:32 @Stock Thai 4 You : 'ลดพอร์ตแต่กำไร' ขาใหญ่คอนเฟิร์ม เหล่าขาใหญ่พร้อมใจลดพอร์ต หลังตลาดหุ้นปี 59 ผันผวน ทว่ากับสร้างกำไรชนะตลาดที่มีผลตอบแทน 20% นำทีม “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” โกยกำไรเหนาะๆ แม้ภาวะ
PANTIP วัชระ แก้วสว่าง 29 Jul 20:04 กระทู้ : "เสี่ยป๋อง" เซียนหุ้นเทคนิค เล่นดักทางหุ้นทะยาน 1,800 จุดความเห็น : ช่วงจังหวะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนรุ่นใหม่รุ่นเก่าต่างโกยกำไรกันเต็มไม้เต็มมือ จนพอร์ตโตเป็นหลักร้อยหลักพันล้านบาท ทุกคนที่ยึดธีมเล่นหุ้นคุณค่า (Value Stock) ทุกวันนี้ต่างหันมาหากลยุทธ์จับสัญญาณทางเทคนิค แต่มี "เซียนหุ้น" คนหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับตลาดหุ้นมายาวนานถึง 21 ปี "เสี่ยป๋อง" หรือ "วัชระ แก้วสว่าง" ที่ยึดสัญญาณทางเทคนิคเป็นกลยุทธ์หลักในการเข้า-ออกหุ้นตัวนั้นตัวนี้อย่างช่ำชอง เขาให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ในห้องเทรดส่วนตัวสำหรับลูกค้าขาใหญ่ของ บล.เอเซีย พลัส โดยโต๊ะทำงานจัดตามหลักฮวงจุ้ยพร้อมสิ่งของมงคล เพื่อเสริมพลังการเล่นหุ้น เขาออกตัวว่า ทำแล้วสบายใจ แต่จริง ๆ แล้ว เวลาลงทุนของเซียนหุ้นคนนี้ ต้องทำงานหนัก ทุ่มเทเวลาตั้งแต่เช้า 6-7 โมง เข้าประจำห้องเทรดเพื่อหาข้อมูล จับทิศทางข่าวสารต่าง ๆ ที่มีผลต่อการลงทุนในแต่ละวัน หลังปิดตลาดช่วงค่ำกลับบ้าน และปิดรอบหาข้อมูลอีกครั้งก่อนนอนราวตีหนึ่ง "เสี่ยป๋อง" เล่าย้อนภาพในอดีตที่เดินเข้ามาถนนสายตลาดหุ้นเมื่อปี 2535 ยังเรียนอยู่เอแบค เล่นหุ้นโดยมีมาร์เกตติ้งเป็นแรงเชียร์ พอร์ตเริ่มต้นราว 500,000 บาท มาถึงวันนี้ระดับแสนล้านบาท "ตอนเริ่มต้นลงทุนแรก ๆ ก็ได้กำไร พอทางบ้านเห็นก็ใส่เงินเพิ่มให้อีก เพราะเห็นตอนนั้นหุ้นขึ้นจาก 700 กว่าจุด ไปถึง 1,700 จุด ผมได้กำไรเยอะมาก แต่หลังจากนั้นก็ถึงจุดวิบัติทันทีในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง (ปี 2540) ดัชนีหุ้นร่วงมาที่ 204 จุด แต่หุ้นไฟแนนซ์ที่ผมลงทุนปิดกิจการกันระนาว ผมเจ๊งยับ ในที่สุดก็ได้มาเรียนรู้ว่า ควรจะใช้กราฟเทคนิคช่วยด้วย เพราะเวลาผู้บริหารจะขายหุ้น เขาไม่มาบอกคุณหรอก แต่สิ่งเดียวที่จะบอกคุณได้ก็คือกราฟ มันจะพลอตลงมาให้เห็นเลยว่า หุ้นนี้มีสัญญาณขายแล้ว" ในช่วงที่ตลาดหุ้นถึงจุดพลิกผัน "เสี่ยป๋อง" ได้ปรับสไตล์การลงทุน โดยหันมามองสัญญาณทางเทคนิคที่ปรากฏในกราฟของหุ้นที่เป็นเป้าหมายการลงทุน หลังจากนั้นจะหาบทวิเคราะห์เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตในอนาคตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งภาพรวมสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง โดยปีที่แล้ว เขาสามารถสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 45% ของเงินลงทุน ชนะการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดที่อยู่ระดับ 38% โดยยอมรับว่าในช่วงครึ่งปีแรกได้ผลตอบแทนน้อยกว่าตลาด เนื่องจากไปเน้นหุ้นขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มพลังงาน ทำให้บริหารได้ผลตอบแทนประมาณ 8% เท่านั้น แต่ก็ปรับพอร์ตใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยโยกเงินมาซื้อหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีสตอรี่ เช่น กลุ่มสื่อสาร กลุ่มก่อสร้าง กลุ่มธนาคาร ช่วยพลิกผลตอบแทนกลับขึ้นมาได้ในที่สุด "ผมปรับมาเป็นลงทุนหุ้นเต็มแบบพอร์ต นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี"55 จนเรียกได้ว่าถือหุ้นเกิน 100% เพราะใช้ทั้งพอร์ตตัวเอง และพอร์ตมาร์จิ้น ซัดเต็มทุกอย่าง จนกระทั่งมาถึงไตรมาส 1 ปีนี้ ก็ยังลงทุนหุ้นเล็กเต็มพอร์ต แบบที่เรียกได้ว่าไม่เคยลงทุนในหุ้นเยอะขนาดนี้มาก่อน ซึ่งก็เร่งผลตอบแทนได้ดีจริง ๆ" แต่ด้วยความที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับขึ้นแรงมากในช่วงเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นเขาจึงเริ่มทยอยปรับลดพอร์ตลงทุนบ้างแล้ว ตั้งแต่ช่วงก่อนเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาบอกว่า ปัจจุบัน พอร์ตเหลือสัดส่วนลงทุนหุ้นไม่ถึง 30% และหันมาถือเงินสดมากขึ้น เนื่องจากสัญญาณกราฟเทคนิคของดัชนีตลาดหุ้นไทย และราคาหุ้นบางตัวที่เคยอยู่ในพอร์ตไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เหลือหุ้นบางส่วนที่ยังมีแนวโน้มดี ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีข่าวสนับสนุนจากโครงการลงทุนของรัฐบาลในโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่ากว่า 2.2 ล้านล้านบาท เสี่ยป๋องให้สัญญาณการลงทุนหุ้นในระยะถัดไปว่า พร้อมจะช้อนซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร หากราคาปรับตัวลดลง เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปล่อยสินเชื่อ ทั้งโครงการรัฐ และการขยายตัวของเอกชนพร้อมกันนี้ เขายังอ่านกราฟที่เป็นสัญญาณทางเทคนิเคิล ชี้แนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงต่อจากนี้ไปว่า ประมาณช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม อาจจะเห็นการปรับฐานอีกครั้งหนึ่ง และหากดัชนีปรับตัวลดลงไปถึง 1,450 จุด จะถือเป็นสัญญาณซื้ออย่างชัดเจน หลังจากนั้นก็เป็นจังหวะที่ต้องรอลุ้นว่าดัชนีจะสามารถดีดตัวขึ้นไปสูงเหนือกว่า 1,789.16 จุด เพื่อทำสถิติสูงสุดอีกครั้งได้หรือไม่ "ทฤษฎีคลื่นของอีเลียต เวฟ จะมีทั้งหมด 5 คลื่น ซึ่งขาที่หนึ่ง รอบใหญ่จบไปแล้วตั้งแต่ปี 2537 ก็คือที่ระดับ 1,789 จุด ขาที่ 2 เป็นช่วงดัชนีรูดลงมา 204 จุด ผ่านไปแล้ว ตอนนี้เรากำลังขึ้นขาที่ 3 ถ้าพูดกันง่าย ๆ ตามสัญญาณทางเทคนิค กำลังบอกเราว่า ถ้าทะลุ 1,789.16 จุด คราวนี้ดัชนีจะวิ่งไปยาวเลย เรียกว่ามีเท่าไหร่ต้องใส่ให้เต็มเลย เพราะมันจะวิ่งยาวจริง ๆ อาจไปได้ถึง 3 พันจุดก็ได้ ถ้าทฤษฎีผมถูกและเป็นการปรับขึ้นของขาที่ 3 มันจะเท่ากับออลไทม์ไฮ" "เสี่ยป๋อง" ยังปิดท้ายด้วยว่า แม้เขาจะคร่ำหวอดในวงการลงทุนมานานและประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่การใช้กราฟถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยตัดสินใจเท่านั้น ไม่ได้สัมฤทธิผล 100% เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะวิเคราะห์ด้วยหลักการใดก็มีโอกาสขาดทุน ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องทำการบ้าน รู้จักขายปรับพอร์ตทำกำไรเมื่อมีโอกาสด้วย
PANTIP วัชระ แก้วสว่าง 30 Jun 09:02 กระทู้ : เสี่ยป๋องกับ IVL ลูบคมตลาดทุนความเห็น : ธนะชัย ณ นคร วานนี้ (29 มิ.ย.) หุ้น IVL : บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ร่วงลงอย่างหนัก ปิดตลาด  -1.50 บาท  มาที่ 28.75 บาท เปลี่ยนแปลง -4.96% ผมสอบถามไปยัง “เสี่ยป๋อง” คุณวัชระ แก้วสว่าง นักลงทุนรายใหญ่ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้น IVL เสี่ยป๋อง ยืนยันว่า เขาไม่ได้ทำอะไรกับหุ้นตัวนี้เลย และนับตั้งแต่ที่ซื้อมาอยู่ในพอร์ต ก็ตั้งใจว่าซื้อลงทุนแบบถือระยะปานกลาง ไปจนถึงยาวโน่นเลย สรุปคือ ต้องการลงทุนแบบนักลงทุน  VI เสี่ยป๋อง ยังแสดงความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการของหุ้น IVL เขาบอกว่า ข้อมูลที่มีอยู่ในมือ ยังมั่นใจว่า แนวโน้มผลประกอบการของ IVL ยังมีทิศทางที่ดี และแม้จะมีความเสี่ยงจากเรื่องของ Brexit แต่ก็อยู่ในวงจำกัด หรือเล็กน้อยมากๆ ก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนถึงการปรับตัวขึ้นของหุ้น IVL ราคาหุ้น IVL เริ่มดีดตัวขึ้นอย่างสง่างาม นับตั้งแต่ช่วงใกล้กลางเดือนเมษายน 59 เป็นต้นมา ขณะนั้นราคาหุ้นอยู่ประมาณ 22.00-23.00 บาท หลังจากนั้น ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมาปิดตลาดระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 6–8 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่ราคา 33.75 บาทต่อหุ้น ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ก่อนจะค่อยๆ โรยตัวลงมา พร้อมกับสลับปรับขึ้นไปบ้าง ทว่าในช่วงที่มีการทำประชามติของสหราชอาณาจักร หรือประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับการจะออก หรือไม่ออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู หรือไม่ ราคาหุ้นยังคงอยู่แถวๆ 30.00–32.00 บาท และแม้ว่าหลังประชามติ จะผ่านไปแล้ว รับทราบผลไปแล้วว่า อังกฤษจะออกจากอียู ราคาหุ้นก็ยังทรงตัวในระดับ 30.00 บาท และมาร่วงลงอย่างหนักวานนี้นั่นแหละ ผมเข้าไปดูข้อมูลของ IVL ของโบรกฯ ต่างๆ ปรากฏว่า มีของ Deutsche Bank ที่ออกบทวิเคราะห์มาเป็นเชิงลบต่อหุ้น IVL ค่อนข้างมาก แต่อ่านแล้วก็งงๆ เพราะ Deutsche Bank บอกว่า ได้ปรับลดราคาเป้าหมายของ IVL ลงจาก 29 บาท เหลือ 24 บาท ประเด็นที่น่าสนใจคือ ราคาเป้าหมายใหม่ที่ระดับ 24 บาท  (ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า) แต่P/E Ratio ของหุ้น IVL กลับอยู่เพียง 8 เท่า หรือหากย้อนกลับไปดูราคาหุ้น IVL ที่เป็นเป้าหมายก่อนหน้านี้คือ 29 บาท P/E Ratio ก็จะอยู่ที่ 10 เท่า (เท่านั้น) หุ้นปิโตรเคมี P/E Ratio ระดับนี้ถือว่าถูกมาก ยิ่งไปกว่านั้น Deutsche Bank คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2559 ของ IVL ไว้ที่ระดับ 1.20 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ 6.60 พันล้านบาท หรือกำไรสุทธิเป็นบวกถึง 81% ประเด็นที่ผมไม่เข้าใจคือ เมื่อคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้เติบโตอย่างมาก แต่กลับแนะนำให้ขาย เพื่อ...? ก่อนหน้านี้ หากจำกันได้ มีโบรกฯ ต่างประเทศแห่งหนึ่ง ปรับลดการลงทุนหุ้น กสิกรไทย หรือ KBANK ซึ่งสวนทางกับโบรกฯ ของไทยที่ยังแนะนำให้ “ซื้อ” มีนักวิเคราะห์ที่คร่ำหวอดในวงการบอกว่า โบรกฯ ต่างประเทศมักจะทุบหุ้น และเมื่อราคาปรับลง ก็จะเข้ามาเก็บหุ้น ซึ่งกรณีของ KBANK ก็ถูกทำในรูปแบบนี้ กรณีของ IVL ก็เช่นกัน แม้โบรกฯ ต่างประเทศจะให้ “ขาย” แต่โบรกฯของไทยยังแนะนำ “ซื้อ” เช่น ของ บล.เอเซีย พลัส ให้ราคาเป้าหมายของ IVL ไว้ที่ 35 บาท / หุ้น และจากประเด็นเรื่อง Brexit ก็กระทบกับ IVL เพียง 0.5% ซึ่งถือว่าไม่มีนัยสำคัญ บล.ซีไอเอ็มบี ก็ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น IVL อยู่เช่นกัน และยังคงให้ราคาเป้าหมาย 50 บาท / หุ้น และมี P/E Ratio ที่ระดับ 9 เท่า บล.ซีไอเอ็มบี เชื่อว่า IVL จะสามารถปรับตัวอยู่รอด และเป็นผู้ชนะ ในสถานการณ์เช่นนี้ โดยการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างดี และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยหนุนของ IVL มาจาก 3 ประเด็นหลัก การเพิ่มขึ้นของกำไรที่ได้รับจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่า ผลกระทบจากค่าเงินยูโร อัตรากำไร ในตลาดยุโรปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่อนค่าของเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และ 3.ปริมาณอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้น จากสินค้าหลัก ได้แก่เส้นใยโพลีเอสเตอร์ และ PET ระวังขายหมูกันนะ แก้ไขข้อความเมื่อ 30 มิถุนายน 2559 เวลา 08:40:46 น.
PANTIP วัชระ แก้วสว่าง 25 Jun 20:22 กระทู้ : ในตลาดหุ้นความแน่นอนคือความไม่แน่นอนความเห็น : สิ่งที่ควรรู้ ......... BBC มีคำอธิบายพร้อมทั้งคำถาม-คำตอบ ครอบคลุมเกือบครบทุกประเด็นเรื่อง Brexit น่าสนใจ โดยประเด็นหนึ่งที่หลายคนยังไม่ทราบ คือ แม้ผลโหวตจะออกมาว่า "ออก" ไม่ได้แปลว่าอังกฤษจะออกเลยในทันที แต่ยังต้องเจออีก 2 ด่าน คือ 1. การลงประชามติไม่มีผลทางกฎหมาย ยังต้องให้ สส. ไปลงมติกันในสภาอีก ซึ่งหากผลการลงประชามติออกมาใกล้เคียงมาก ก็ต้องไปสู้กันในสภาอีกรอบ 2. หากรัฐสภาลงมติยืนยันว่า "ออก" ก็ยังไม่ได้ออกทันที อังกฤษยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ของ EU ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี (โดยไม่มีสิทธิในการออกความเห็นกรณีมีร่างกฎหมายใหม่) โดยในระหว่างนี้อังกฤษต้องเร่งเจรจาการค้ากับคู่ค้าทั้ง 27 ประเทศด้วย ซึ่งคาดว่าการเจรจาต้องใช้เวลาเกิน 2 ปีนอกจากนี้ยังมีคำถามชวนยิ้มอีกว่า “ถ้าออกจาก EU แล้ว คนอังกฤษยังมีสิทธิเข้าประกวดร้องเพลง Eurovision Song Contest หรือไม่?” สิ่งที่ควรเรียนรู้ ทุกคนมีโอกาสพลาด “จำไว้เลยว่าคนอังกฤษใจร้าย” ประโยคเด็ดนี้มาจากสเตตัสของ "เสี่ยป๋อง" (คุณวัชระ แก้วสว่าง) เซียนหุ้นพันล้านผู้เลื่องชื่อในวงการตลาดหุ้น ถึงกับหยิบยาดมมาดมแทบไม่ทันเลยทีเดียว หลังจากที่ทราบผลเป็นเอกฉันท์ให้อังกฤษออกจาก EU ด้วยคะแนนโหวต OUT คิดเป็น 51.9% IN คิดเป็น 48.1% แม้ว่าผลที่ออกมาเรียกได้ว่าเปอร์เซ็นสูสีเบียดเสียดกันมาก แต่ยังไงก็ต้องอิงตามเสียงข้างมากอยู่ดี เปรียบเสมือนกับซื้อหวยแล้วออกข้างเคียง บทสรุปสุดท้ายก็ถูกกินอยู่ดี อารมณ์ประมาณนี่แหละ สงสัยงานนี้ยาดมอันเดียวคงไม่พอละมัง "เสี่ยป๋อง" ...เอาหน่าชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ...